ค้นโกดังและร้านจำหน่ายเสื้อผ้าละเมิด เครื่องหมายการค้ารายใหญ่ย่านประตูน้ำ

DSI ตรวจค้นโกดังและร้านจำหน่ายเสื้อผ้าละเมิด เครื่องหมายการค้ารายใหญ่ย่านประตูน้ำ และเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ยึดสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้ากว่า 20,000 ชิ้น

 

ภายใต้การอำนวยการของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้ ร้อยตำรวจเอก พลสัณห์ เทิดสงวน ผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา พันตำรวจโทยุทธนา ตั้งกอบลาภ รองผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา และนายศักดา พิพัฒน์ธรรมกุล ผู้อำนวยการส่วนคดีทรัพย์สินทางปัญญา 3 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองคดีทรัพย์สินทางปัญญาและกองปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกันนำหมายค้นของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจำนวน 2 หมาย เข้าทำการตรวจค้นโกดังและร้านจำหน่ายสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าต้องสงสัยซึ่งมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน ได้แก่ ร้านจำหน่ายเสื้อผ้าละเมิดเครื่องหมายการค้ารายใหญ่ ที่แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร และอาคารเก็บสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าที่แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร โดยมีตัวแทนของผู้เสียหายเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

       

ผลการตรวจค้น พบสินค้าประเภทเสื้อผ้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าของบริษัทชั้นนำต่าง ๆ จำนวนประมาณ 20,176 ชิ้น มูลค่าความเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งมีลักษณะเป็นสถานที่เก็บสินค้าและผู้จำหน่ายรายใหญ่ โดยมีสิ่งของหรือสินค้าไว้ในความครอบครองซึ่งมีไว้เป็นความผิดอันมีมูลค่าราคาตามท้องตลาดตั้งแต่ห้าล้านบาทขึ้นไป หรือมีมูลค่าความเสียหายอันเกิดจากการกระทำความผิดตั้งแต่ห้าล้านบาทขึ้นไป เช่น เครื่องหมายการค้าของคริสเตียน ดิออร์ (CHRISTIAN DIOR) เวอซาเช (VERSACE) กุชชี่ (GUCCI) หลุยส์ วีตตอง (LOUIS VUITTON) เบอเบอรี่ (BURBERRY) ชาแนล (CHANEL) แอเมส (HERMES) ซีลีน (CELINE) เฟนดิ (FENDI) โคช (COACH) พูมา (PUMA) ไนกี้ (NIKE) อาดิดาส (ADIDAS) เดอะ นอร์ธ เฟส (The North Face) มาย เมโลดี (My Melody) ทอย สตอรี่ (TOY STORY) วินนี่ เดอะพูห์ (Winnie the Pooh) ฮัลโหล คิตตี้ (Hello Kitty) และมิคกี้ เม้าส์ (Mickey Mouse) อันอาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้ยึดสินค้าดังกล่าวและนำส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษของกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อตรวจสอบและเป็นพยานหลักฐานในการดำเนินการตาม พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติมต่อไป

 

กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการป้องกันปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง เพื่อเป็นการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจ และปกป้องประชาชนมิให้ได้รับอันตรายจากการใช้สินค้าปลอมต่าง ๆ ตลอดจนเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประเทศไทยมีสถานะการจัดอันดับการปราบปรามละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในระดับที่ดีขึ้น โดยการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญานอกจากจะเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว ยังเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โปรดแจ้งเบาะแสได้ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ โทร. 1202 (โทร. ฟรีทั่วประเทศ)

About The Author

Related posts