ทลายคาเฟ่บังหน้า ซุกโบท็อก-ฟิลเลอร์เถื่อน ส่งขายคลินิกทั่วประเทศ ยึดของกลางกว่า 777 ชิ้น

ตำรวจสอบสวนกลาง(CIB) ร่วม อย. ทลายคาเฟ่บังหน้า ซุกโบท็อก-ฟิลเลอร์เถื่อน ส่งขายคลินิกทั่วประเทศ ยึดของกลางกว่า 777 ชิ้น มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก. กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.4 บก.ปคบ.) โดยการสั่งการของพล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา แถลงผลปฏิบัติการทลายแหล่งจัดเก็บและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และยาออนไลน์ พื้นที่เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดของกลาง จำนวน 67 รายการ รวมกว่า 777 ชิ้น มูลค่ากว่า 4,000,000 บาท

 สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.4 บก.ปคบ.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้สืบสวนหาแหล่งจำหน่ายยาไม่มีทะเบียนสำหรับฉีดเสริมความงามให้กับคลินิกเสริมความงาม เช่น โบท็อกซ์ ยาชา ซึ่งหากมีการนำไปฉีดเข้าสู่ร่างกายโดยเฉพาะใบหน้าอาจทำให้ไม่ได้ผลตามที่ต้องการ อาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือเป็นอันตรายต่อผู้รับบริการได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึด นำโดย พ.ต.ท.หญิง อนุสรา บัวแดง สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ทำการสืบสวนจนทราบว่า มีร้านกาแฟแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ถูกใช้เป็นสถานที่จัดเก็บและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องมือแพทย์ที่มีทะเบียนและไม่มีทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นที่นิยมในคลินิกเสริมความงาม อาทิ โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ยาชา วิตามิน ปากกาลดน้ำหนัก ฯลฯ

ในวันที่ 30 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้นำหมายศาลอาญามีนบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. เข้าตรวจค้นร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องมือแพทย์และยา ซึ่งนิยมใช้ในคลินิกเสริมความงาม ดังนี้

 1. เครื่องมือแพทย์กลุ่มฟิลเลอร์ สารเติมเต็ม ทั้งประเภทที่จดทะเบียนถูกต้องแต่จำหน่ายในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต และประเภทที่ไม่มีทะเบียน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม Hyaluronic Acid ยี่ห้อต่าง ๆ เช่น Neuramis, Restylane, Juvederm, e.p.t.q. และ Rejuran

2. ยาที่มีทะเบียนตำรับยาและยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน เช่น Botox, Nabota, Aestox, Hutox, Xeomin และ Mounjaro รวมถึงยาชาแบบครีม (Lidocaine) และวิตามินสำหรับฉีดผิว (Cindella, Luthione)

3. อุปกรณ์อื่น ๆ ได้แก่ สติกเกอร์ชื่อร้านสำหรับแปะหน้ากล่องพัสดุ และกล่องพัสดุเตรียมส่งที่บรรจุผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย

รวมตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องมือแพทย์ไม่มีทะเบียน จำนวน 1 ชิ้น, ยาไม่มีทะเบียน จำนวน 249 ชิ้น, เครื่องมือแพทย์มีทะเบียน จำนวน 337 ชิ้น, ยามีทะเบียน จำนวน 133 ชิ้น และอุปกรณ์อื่น ๆ จำนวน 57 ชิ้น รวมจำนวน 777 ชิ้น มูลค่ากว่า 4,000,000 บาท

จากการสืบสวนทราบว่า ผู้จำหน่ายประกอบธุรกิจคลินิกเสริมความงามควบคู่กับร้านกาแฟ และรับว่าใช้ชื่อคลินิกของตนเองเป็นช่องทางการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องมือแพทย์ดังกล่าว แล้วนำมาเก็บไว้ที่ร้านกาแฟ

โดยจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ให้พนักงานร้านกาแฟแพ็กสินค้า จัดส่งผ่านไรเดอร์และขนส่งเอกชน กระจายสินค้าให้กับคลินิกเสริมความงามในพื้นที่กรุงเทพ และต่างจังหวัดกว่า 50 แห่ง โดยทำมาแล้วประมาณ 2 ปี

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม

1. พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510

– ฐาน “ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท

– ฐาน “ขายยาไม่มีทะเบียนตำรับยา” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551และที่แก้ไขเพิ่มเติม

– ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์โดยผู้ขายไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

– ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์โดยผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นทะเบียนใบอนุญาต” ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอขอบคุณตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ที่สืบสวนขยายผลสืบหาแหล่งขายยา และเครื่องมือแพทย์ที่มีทะเบียนและที่ไม่ขึ้นทะเบียนจาก อย. จนสามารถตรวจยึดของกลางที่ผิดกฎหมายได้จำนวนมาก โดย อย.จะประสานเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตที่พบในร้านกาแฟดังกล่าวมาตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึดมานั้นมีผลิตภัณฑ์ของปลอมหรือไม่ เพื่อให้บริษัทที่เป็นผู้ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องแจ้งพนักงานสอบสวนในการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดให้ครอบคลุมทุกมิติต่อไป

 ขอฝากผู้บริโภคที่ต้องการรับบริการเสริมความงาม ควรเลือกสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ให้บริการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่สำคัญ ก่อนการฉีดผลิตภัณฑ์ใด ๆ ควรตรวจสอบการขึ้นทะเบียนทางเว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หรือ Line: @FDAThai หรือแอป “หมอพร้อม” ทุกครั้ง เพราะการฉีดผลิตภัณฑ์เถื่อนเข้าร่างกาย อาจเสียโฉมหรือเกิดอันตรายจนถึงแก่เสียชีวิตตามที่เคยปรากฏเป็นข่าวมาแล้ว หากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัยหรือไม่ได้รับอนุญาต สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน อย.1556 หรือผ่าน Email: 1556@fda.moph.go.th Line: @FDAThai, Facebook: FDAThai หรือ ตู้ปณ.1556 ปณฝ.กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชานาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการตัดวงจรยาและเครื่องมือแพทย์เถื่อนที่พยายามแทรกซึมเข้าสู่ธุรกิจความงาม ซึ่งสถานที่ดังกล่าวไม่มีระบบควบคุมอุณหภูมิหรือมาตรฐานในการเก็บรักษาเวชภัณฑ์ตามกฎหมาย เมื่อถูกนำไปใช้กับประชาชนอาจไม่ได้ผลเท่าที่ควรเนื่องจากผลิตภัณฑ์เสื่อมสภาพ หรืออาจก่อให้เกิดการแพ้รุนแรง เสียโฉม หรืออันตรายถึงชีวิตได้

ทั้งนี้ ขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้เลือกรับบริการจากคลินิกเสริมความงามที่ได้รับอนุญาตและมีความน่าเชื่อถือเท่านั้น โดยควรตรวจสอบบรรจุภัณฑ์และเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์ก่อนรับบริการทุกครั้ง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดอาการแพ้รุนแรง หรืออันตรายต่อชีวิตได้โดยเฉพาะเมื่อใช้กับผิวพรรณซึ่งเป็นส่วนที่ละเอียดอ่อน

ขอเตือนผู้ประกอบการคลินิกเสริมความงามทุกแห่ง อย่าเห็นแก่ของถูกหรือสั่งยาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือเพียงเพื่อลดต้นทุน เพราะท่านกำลังนำชีวิตคนไข้มาเสี่ยง และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะกวดขันจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนอย่างถึงที่สุด เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยทางสุขภาพให้กับสังคม โดยประชาชนทั่วไปหากพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค

 

 

About The Author

Related posts