08.05 น. วันที่ 21 พ.ค. 69 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร้าน”กุ๊กไก่ อาหารตามสั่ง“ จาก อาคารโภชนาการ บช.ก. ถีบรถจักยาน นำอาหารกล่อง จำนวน 20 กล่อง ประกอบด้วยผัดกะเพราไก่ และไข่พะโล้ มาส่งยังห้องควบคุมตัวผู้ต้องขัง ซึ่งมีนายไพศาล อาจารย์แก้กรรม ถูกควบคุมตัวอยู่รอช่วงสายพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. เบิกตัวไปฝากขังอย่างศาลอาญา

ซึ่งในช่วงเช้านี้มีชายหนุ่ม(เสื้อแขนยาวสีฟ้าเข้ม)หนึ่งรายมาสอบถามว่านายไพศาลถูกควบคุมตัวอยู่ที่นี่ใช่หรือไม่ ? ตำรวจที่เข้าเวรอยู่บอกว่าใช่ ก่อนจะไปซื้อสิ่งของที่เซเว่นฯ
นอกจากนี้เมื่อวานนี้ (20 พ.ค.69)ในช่วงเช้า มีทนายสองคนได้มาติดต่อขอพบนายไพศาล ด้วย

พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. ได้ควบคุมตัว นายไพศาล หรือ อาจารย์ไพศาล (สงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้นั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้” และ “พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา เพื่อการอนาจาร” มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน
โดยท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติการณ์กระทำความผิดซ้ำซาก มีเหยื่อหลายราย และเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือข่มขู่ผู้เสียหาย
สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (CIB) ได้เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากนักแก้กรรม นิมิตพิสดาร” เข้าจับกุมนายไพศาลได้ที่บ้านพักใน จ.ลำพูน หลัง“สายไหมต้องรอด” พาผู้เสียหาย 2 ราย เข้าแจ้งความว่า ถูกนายไพศาลล่อลวงไปทำพิธีแก้กรรมโดยการ “อมอวัยวะเพศ” หรือที่นายไพศาลอ้างว่าเป็นการ “แก้กรรมแบบพราหมณ์ฮินดู”
จากการตรวจค้นบ้านพัก เจ้าหน้าที่พบของกลางจำนวนมาก รวมทั้งหนังสือรุ่นของสถาบันต่างๆ เอกสารประวัติพระและวัด และข้อมูลผู้เสียหาย ซึ่งนายไพศาลนำมาใช้สร้างเรื่องราวเพื่อหลอกลวงผู้เสียหาย นอกจากนี้ ยังพบภาพถ่ายและวิดีโออนาจารของผู้เสียหายกับสุนัขอีกด้วย

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ฝากเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อเพียงเพราะชื่อเสียง หรือความศรัทธา หากพิธีกรรมใดขัดต่อศีลธรรมและละเมิดร่างกาย นั่นคือการล่อลวง หากพบเห็นพฤติการณ์ดังกล่าว สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ทันที โดยไม่ต้องอายและไม่ต้องกลัวอิทธิพลใดๆ
