“เต้ 007” นำทีมกรุงเทพบินได้ ออกกำลังกายสวนลุมฯ เสนอแผนรับมือแผ่นดินไหว-จุดตัดรถไฟ ชูใช้ AI คุมจราจร

“เต้ 007” นำทีมกรุงเทพบินได้ ออกกำลังกายสวนลุมฯ เสนอแผนรับมือแผ่นดินไหว-จุดตัดรถไฟ ชูใช้ AI คุมจราจร สร้างทางลอดรถไฟ พร้อมแนวคิดอุปกรณ์เอาตัวรอดตึกสูง

วันนี้ กลุ่มกรุงเทพบินได้ นำโดย มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานกลุ่ม พร้อมด้วย นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ที่ปรึกษากลุ่ม และ นางสาวภคอร จันทรคณา ว่าที่ผู้สมัครรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ฝ่ายการศึกษา ลงพื้นที่บริเวณ สวนลุมพินี เพื่อพบปะประชาชนและร่วมออกกำลังกายเต้นแอโรบิกสร้างสีสันภายในสวนลุมพินี ท่ามกลางประชาชนที่เข้ามาร่วมกิจกรรมและถ่ายภาพอย่างคึกคัก

มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ กล่าวว่า ก่อนเดินทางมาสวนลุมพินี ได้เดินทางไปยังโรงเรียนวัดทุ่งครุ ซึ่งเป็นโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร หลังมีนักเรียนนัดหมายให้เดินทางไปพบ โดยมีนักเรียนจำนวนหลายร้อยคนมารอต้อนรับ ก่อนจะเดินทางมาออกกำลังกายร่วมกับประชาชนที่สวนลุมพินี พร้อมระบุว่า การออกกำลังกายถือเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างร่างกายให้แข็งแรงเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤตในอนาคต

ระหว่างการลงพื้นที่ นายมงคลกิตติ์ ได้กล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง จนเกิดเหตุเพลิงไหม้และมีผู้เสียชีวิตหลายรายว่า ปัญหาสำคัญของจุดตัดทางรถไฟในกรุงเทพมหานคร คือระบบไม้กั้นที่ประชาชนจำนวนมากไม่เกรงกลัว ทำให้ยังมีผู้ขับขี่จำนวนมากฝ่าแนวกั้นหรือจอดรถคร่อมบนรางรถไฟอยู่เป็นประจำ

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ไม้กั้นทางรถไฟในปัจจุบันมีลักษณะเป็นเพียงไม้กั้นธรรมดา ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่รู้สึกหวาดกลัว บางคนยังขับรถฝ่าแนวกั้น แม้จะมีสัญญาณเตือนแล้วก็ตาม อีกทั้งผู้ขับขี่บางส่วนปิดกระจกรถ เปิดเพลงเสียงดัง หรืออยู่ภายในรถโดยสารที่ปิดประตูจนไม่ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนว่ารถไฟกำลังจะมาถึง

 

พร้อมระบุว่า หลายครั้งเจ้าหน้าที่สถานีต้องเดินไปเคาะกระจกรถหรือส่งสัญญาณให้ผู้ขับขี่รีบเคลื่อนรถออกจากราง แต่ก็ยังมีรถจำนวนไม่น้อยที่ฝ่าฝืนหรือพยายามขับแทรกผ่านแนวกั้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่อันตรายอย่างมาก

 

นายมงคลกิตติ์ มองว่า ปัญหาจุดตัดทางรถไฟถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้การจราจรในกรุงเทพมหานครติดขัด เพราะกรุงเทพฯ มีจุดตัดทางรถไฟจำนวนมากหลายร้อยจุดทั่วเมือง จึงเสนอว่าหากต้องการแก้ปัญหาแบบถาวร จำเป็นต้องก่อสร้าง “ทางลอด” หรือ “ทางรอด” ใต้ทางรถไฟ เพื่อไม่ให้เส้นทางรถยนต์ตัดกับรางรถไฟโดยตรง

 

โดยยกตัวอย่างรูปแบบบริเวณบางซื่อ ที่มีการออกแบบให้รถไฟวิ่งด้านบน ส่วนรถยนต์วิ่งลอดด้านล่าง ทำให้ไม่เกิดจุดตัดอันตรายและสามารถระบายการจราจรได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกใช้รูปแบบดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศที่มีระบบรถไฟผ่านกลางเมือง

 

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า หากจะดำเนินการจริง กระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวงจำเป็นต้องเข้าไปออกแบบระบบทางลอดในแต่ละจุดทั่วกรุงเทพมหานคร ซึ่งแม้อาจต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ถือเป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัยและช่วยแก้ปัญหาการจราจรในระยะยาว

 

นอกจากนี้ ยังเสนออีกแนวทางหนึ่งสำหรับการแก้ปัญหาแบบใช้งบประมาณน้อยกว่า คือการนำระบบปิดกั้นอัตโนมัติแบบประเทศจีนมาใช้ โดยใช้แผงเหล็กเลื่อนอัตโนมัติปิดกั้นพื้นที่แบบมิดชิดแทนไม้กั้นธรรมดา เพื่อป้องกันไม่ให้รถฝ่าเข้าไปในจุดตัดขณะรถไฟกำลังจะมาถึง รวมถึงเสนอให้นำระบบ AI เข้ามาบริหารจัดการสัญญาณไฟจราจร การปล่อยรถ และระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า

นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์แผ่นดินไหว หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.3 ในประเทศเมียนมา ซึ่งส่งผลให้ประชาชนในอาคารสูงหลายแห่งในกรุงเทพมหานครสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ โดยระบุว่า หากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7 หรือ 8 ในอนาคต อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออาคารสูงในกรุงเทพมหานคร

พร้อมระบุว่า ในมุมมองส่วนตัว เชื่อว่าในอนาคตมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกและการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก จึงอยากให้รัฐบาลและกรุงเทพมหานครเร่งสำรวจความแข็งแรงของอาคารสูงทั้งหมด โดยเฉพาะอาคารที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง

ในส่วนแนวทางการเอาตัวรอด นายมงคลกิตติ์ เสนอว่า อาคารสูงควรติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับการเอียงของอาคาร เพื่อประเมินว่าตึกกำลังเอนตัวไปในทิศทางใด หากตึกเอียงไปทางขวา ประชาชนควรอพยพหรือกระโดดหนีไปทางซ้าย เพื่อหลีกเลี่ยงแนวการถล่มของอาคาร

พร้อมเสนอว่า ผู้ที่พักอาศัยอยู่ตั้งแต่ชั้น 20 ขึ้นไป ควรมีอุปกรณ์ลักษณะ “เบสจัมป์” หรือร่มชูชีพแบบกระตุกเร็วไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากหากเกิดเหตุรุนแรง ผู้ที่อยู่บนอาคารสูงอาจไม่สามารถวิ่งลงมาทันก่อนอาคารถล่มได้

ส่วนผู้ที่อยู่ในอาคารช่วงชั้น 6-20 เสนอให้มี “สไลเดอร์ฉุกเฉิน” หรือปล่องอพยพบริเวณมุมอาคารทั้ง 4 ด้าน เพื่อให้สามารถหนีออกจากตัวอาคารได้รวดเร็วหากเกิดเหตุภัยพิบัติ

อย่างไรก็ตาม นายมงคลกิตติ์ ย้ำว่า หากจะนำอุปกรณ์ลักษณะดังกล่าวมาใช้จริง จำเป็นต้องมีการฝึกอบรมและซักซ้อมอย่างจริงจัง เนื่องจากการเอาตัวรอดในสถานการณ์วิกฤตต้องอาศัยทักษะ ความพร้อมของร่างกาย และสติในการตัดสินใจ

นอกจากนี้ ยังเปิดเผยว่า แนวคิดการแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟด้วยระบบทางลอด ได้รับความสนใจจาก อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งอาจนำไปศึกษาและผลักดันในอนาคต

ในส่วนของประเด็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในหลายยุครัฐบาล นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ไม่ต้องการโทษว่านายกรัฐมนตรีคนใดเป็นต้นเหตุของภัยพิบัติ เพราะทุกยุครัฐบาลต่างเผชิญวิกฤตที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมในอดีต โควิด-19 หรือเหตุแผ่นดินไหวในปัจจุบัน

 

พร้อมระบุว่า สิ่งสำคัญคือผู้นำประเทศต้องมีความเข้มแข็ง มีภาวะผู้นำ และสามารถบริหารจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงต้องวางแผนป้องกันระยะยาวเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอย

นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ในยุคที่โลกเผชิญทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ คนที่มีโอกาสอยู่รอดมากที่สุด คือคนที่มีร่างกายแข็งแรง มีทักษะเอาตัวรอด และพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่ปกติ จึงอยากให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายและดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถรับมือกับทุกวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.

About The Author

Related posts