กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.4 บก.ปพ. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ.,พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 ร่วมกันจับกุม นายณัฐวุฒิ หรือบาส สุขจันทร์ อายุ 26 ปี ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพร โดยสามารถจับกุม ได้ที่ บริเวณหน้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

พฤติการณ์ก่อนการจับกุม เมื่อช่วงต้นปี 2568 ก่อนเกิดเหตุนางวันทนา รัตนนท์ ผู้เสียหาย ได้ใช้งานแอปพลิเคชั่น “TIKTOK” และได้พบโฆษณาชักชวนให้ลงทุนขายสินค้าออนไลน์เพื่อหารายได้พิเศษ โดยอ้างว่าสามารถทำกำไรได้สูงและมีผลตอบแทนที่รวดเร็ว และเมื่อได้แอดฯ เข้าไปพูดคุยแล้ว คนร้ายได้ให้แอดไลน์ ต่อมามีบุคคลใช้บัญชีไลน์ชื่อว่า “พิชิต” ติดต่อพูดคุยกับผู้เสียหาย พร้อมชักชวนให้ร่วมลงทุนโดยอ้างว่าเป็นการกดสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เพื่อเพิ่มยอดขายให้ร้านค้า เมื่อทำรายการเสร็จจะได้รับเงินต้นคืนพร้อมผลกำไรและค่าคอมมิชชั่น คนร้ายได้ส่งลิงก์เว็บไซต์ชื่อ “https//tkmall.fit/” ให้ผู้เสียหายสมัครและเข้าใช้งาน โดยภายในเว็บไซต์ดังกล่าวมีการแสดงรูปสินค้า ราคา ยอดเงินลงทุน และยอดผลตอบแทนเสมือนเป็นระบบซื้อขายสินค้าจริง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นแพลตฟอร์มลงทุนที่สามารถสร้างรายได้ได้จริง ผู้เสียหายจึงได้กดเลือกสินค้าตามที่คนร้ายแนะนำและทำการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่คนร้ายแจ้งเพื่อใช้เป็นเงินลงทุน ในระหว่างวันที่ 7 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 13 มกราคม 2568 ผู้เสียหายได้โอนเงินเข้าบัญชีของคนร้ายรวมจำนวน 15 ครั้ง ผ่านบัญชีธนาคารจำนวน 14 บัญชี โดยคนร้ายจะอ้างว่าหากต้องการถอนเงินหรือรับผลกำไร จะต้องทำยอดลงทุนเพิ่มเติมเพื่อปลดล็อกระบบ เพิ่มเครดิต หรือแก้ไขรายการลงทุน ผู้เสียหายหลงเชื่อตามคำกล่าวอ้างดังกล่าว จึงทยอยโอนเงินเพิ่มเติมเรื่อยมา
ต่อมาเมื่อผู้เสียหายประสงค์จะถอนเงินลงทุนพร้อมผลกำไร คนร้ายกลับบ่ายเบี่ยงและอ้างเหตุขัดข้องต่างๆ เช่น สินค้ายังไม่ถึงมือผู้รับ ระบบยังไม่อนุมัติ หรือบัญชีมีปัญหาต้องเติมเงินเพิ่มเพื่อดำเนินการให้เสร็จสิ้น ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนถูกหลอกลวง และไม่สามารถติดต่อขอรับเงินคืนหรือถอนผลกำไรได้แต่อย่างใด จากการกระทำดังกล่าว ผู้เสียหายได้รับความเสียหายเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 525,043 บาท
พฤติการณ์คนร้ายมีพฤติการณ์กระทำเป็นขบวนการ โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์และแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ เช่น “TIKTOK” “LINE” เป็นช่องทางในการติดต่อหลอกลวงผู้เสียหาย เริ่มจากการลงโฆษณาหรือชักชวนให้ร่วมลงทุนขายสินค้าออนไลน์หารายได้พิเศษ โดยกล่าวอ้างว่าสามารถสร้างกำไรและผลตอบแทนสูงภายในระยะเวลาอันสั้น เพื่อจูงใจให้ผู้เสียหายเกิดความสนใจและหลงเชื่อ

เมื่อผู้เสียหายสนใจ คนร้ายจะใช้บัญชีไลน์ติดต่อพูดคุย สร้างความน่าเชื่อถือและแนะนำให้สมัครเข้าใช้งานเว็บไซต์ที่จัดทำขึ้นเลียนแบบระบบซื้อขายสินค้าออนไลน์ มีการแสดงรายการสินค้า ยอดเงินลงทุน ยอดกำไรและข้อมูลทางการเงินเสมือนเป็นระบบจริง เพื่อให้ผู้เสียหายเข้าใจว่ามีการลงทุนและได้รับผลตอบแทนจริง
หลังจากนั้น คนร้ายจะให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารหลายบัญชี โดยอ้างว่าเป็นเงินลงทุนสำหรับซื้อสินค้า เพิ่มยอดขาย หรือทำภารกิจในระบบ เมื่อผู้เสียหายโอนเงินไปแล้ว คนร้ายจะใช้วิธีการต่างๆ เพื่อหลอกให้โอนเงินเพิ่ม เช่น อ้างว่าต้องเพิ่มเครดิต ต้องปลดล็อกระบบ ต้องชำระค่าดำเนินการ หรือแก้ไขข้อมูลบัญชี เพื่อให้สามารถถอนเงินและรับผลกำไรได้ คนร้ายยังใช้วิธีสร้างความเชื่อมั่นด้วยการแสดงยอดกำไรหรือยอดเงินในระบบปลอม ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าสามารถถอนเงินได้จริง แต่เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงิน คนร้ายกลับบ่ายเบี่ยง อ้างเหตุขัดข้องต่าง ๆ และเรียกร้องให้โอนเงินเพิ่มอีกเรื่อย ๆ สุดท้ายผู้เสียหายไม่สามารถถอนเงินหรือรับผลตอบแทนได้แต่อย่างใด

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนายณัฐวุฒิฯ โดยนำข้อมูลทะเบียนราษฎรมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า เมื่อช่วงปี 2567 ได้มีเพื่อนขอยืมบัญชีไปใช้ โดยบอกว่าบัญชีของตนไม่สามารถใช้ได้ จึงขอยืมบัญชีไปใช้พร้อมโทรศัพท์ ตอนนั้น ข้าฯ มีโทรศัพท์ 2 เครื่อง จึงได้ให้เพื่อนไป เพื่อนให้เงินมา 1,000 บาท หลังจากยืมไป 1 วัน ก็ได้นำเครื่องมาคืน แต่ข้าฯ ได้ตรวจสอบพบว่าบัญชีไม่สามารถใช้ได้ จึงได้ไปติดต่อธนาคารพบว่าบัญชีถูดอายัด เบื้องต้นข้าฯ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวน พบว่านายณัฐวุฒิฯ เคยต้องโทษในคดีลักษณะเดียวกันมาแล้วที่ศาลจังหวัดธัญบุรี และในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อตามคำให้การของผู้ต้องหา
