ดส.บุกรวบ 2 นักบินแก๊งยาปากน้ำ สกัดลำเลียงไอซ์ 300 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 33 ล้านบาท คาถนนมิตรภาพ

ตามนโยบายปราบปรามยาเสพติดเร่งด่วนของรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีได้ตระหนักถึงภัยคุกคามที่เป็นปัญหาสำคัญของชาติ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วยทีมผู้บังคับบัญชา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งเน้นกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ที่สร้างความเสียหายต่อความมั่นคงของรัฐ ล่าสุด กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) นำโดย พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส. และชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ได้แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายรัตชานนท์ หรือนนฯ อายุ 21 ปี และนายวิพัฒน์ หรือตูนฯ อายุ 39 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม รถยนต์ ISUZU สีเขียว รถยนต์ MG สีดำ และโทรศัพท์มือถือ รวมมูลค่าของกลางกว่า 33 ล้านบาท

ปฏิบัติการในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการขยายผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการเมื่อต้นปี พ.ศ. 2569 ซึ่งจากการสืบสวนเชิงลึกพบว่ายังมีกลุ่มเครือข่ายที่ทำหน้าที่เป็น “นักบิน” ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคอีสานเข้ามาซุกซ่อนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพื่อกระจายสู่ลูกค้า เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมจนทราบว่าในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 กลุ่มผู้ต้องหาได้ขับรถยนต์ MG สีดำ เดินทางขึ้นไปรับยาเสพติดล็อตใหญ่ทางภาคอีสาน โดยมีรถยนต์ ISUZU สีเขียว ร่วมเดินทางในลักษณะขบวนการ เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีสะกดรอยตามจนกระทั่งพบรถทั้งสองคันขับตามกันมาบนถนนมิตรภาพในลักษณะรถนำและรถบรรทุกยาเสพติด

จนกระทั่งในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงตัวขอเข้าตรวจค้นบริเวณริมถนนมิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข 2 ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา พบว่ารถยนต์ ISUZU สีเขียว ซึ่งมีน้ำหนักบรรทุกผิดปกติได้พยายามขับรถหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้ยุทธวิธีในการเข้าสกัดกั้นและสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองไว้ได้พร้อมของกลางยาไอซ์จำนวนมหาศาลจากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้รับจ้างเป็นคนลำเลียงยาเสพติดตามคำสั่งของเจ้าของยาเสพติด โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินสดจำนวน 250,000 บาท เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้กระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส. ยืนยันว่าขณะนี้ทราบตัวบุคคลในเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว และอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการรายอื่นมาลงโทษต่อไป เพื่อเป็นการตัดวงจรยาเสพติดให้สิ้นซากตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2569

About The Author

Related posts