รวบ “เกมส์” คาหน้าคุก! เครือข่าย “หลอกลงทุนหุ้น” แอบอ้างชื่อกูรูดัง สูญเงินกว่า 30 ล้าน

ตำรวจคอมมานโด ร่วมตำรวจไซเบอร์ รวบ “เกมส์” คาหน้าคุก! เครือข่าย “หลอกลงทุนหุ้น” แอบอ้างชื่อกูรูดัง สูญเงินกว่า 30 ล้าน พบหมายจับติดตัวเป็นหางว่าว

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ชุดจับกุมนำโดยได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ.,พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโด และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมตามเทคโนโลยี (สอท.1) ได้นำหมายศาลเข้าทำการจับกุมตัว นายวทัญญู หรือ เกมส์ อินทร์ประเสริฐ อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดพิษณุโลก บริเวณริมถนนสาธารณะหน้าเรือนจำจังหวัดนนทบุรี ขณะที่ผู้ต้องหากำลังจะได้รับการปล่อยตัวจากคดีก่อนหน้า โดยการจับกุมครั้งนี้เป็นการดำเนินคดีตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี และศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ รวมถึงกฎหมายว่าด้วยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

พฤติการณ์ของคดีนี้ถือเป็นภัยสังคมที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยกลุ่มมิจฉาชีพได้ใช้วิธีการหลอกลวงผ่านแอปพลิเคชัน Facebook สร้างบัญชีปลอมแอบอ้างชื่อและรูปภาพของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการการเงิน โดยเฉพาะ “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนจะดึงเหยื่อเข้ากลุ่มไลน์ที่ตั้งชื่อให้ดูเป็นสถาบันสอนการลงทุน ภายในกลุ่มจะมีหน้าม้าที่แฝงตัวเป็นนักลงทุน คอยส่งภาพกราฟผลกำไรและสลิปการโอนเงินปลอม เพื่อกระตุ้นความโลภและสร้างบรรยากาศว่าสามารถทำกำไรได้จริง จนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเข้าสู่ระบบที่กลุ่มคนร้ายสร้างขึ้น โดยอ้างว่าเป็นบัญชีเงินทุนสำหรับเทรดหุ้นทั้งในและต่างประเทศ

หนึ่งในผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด คือนักลงทุนที่มีประสบการณ์ในตลาดหุ้นมานานกว่า 20 ปี แต่กลับหลงเชื่อกลอุบายที่แยบยลนี้ เนื่องจากคนร้ายมีการส่งหนังสือ “เด็กวัดดอน” ของจริงไปให้ถึงบ้านเพื่อซื้อใจ ก่อนจะชักชวนให้ลงทุนในหุ้นฮ่องกงและอ้างว่ามีพันธมิตรเป็นธนาคารระดับโลก เมื่อเหยื่อเริ่มโอนเงินลงทุนในหลักล้านบาทและมียอดกำไรปรากฏในระบบเป็นจำนวนมากจนอยากถอนเงินออกมา มิจฉาชีพจะเริ่มใช้กลโกงขั้นต่อไปด้วยการอ้างว่า “บัญชีถูกอายัด” จาก ก.ล.ต. ต่างประเทศ และบีบให้เหยื่อต้องโอนเงินค่าปรับ ค่าภาษี และค่าธรรมเนียมการถอนเงินรวมเป็นเงินกว่า 26 ล้านบาท ท้ายที่สุดเมื่อโอนไปแล้วกลับไม่สามารถติดต่อได้และไม่ได้เงินคืนแม้แต่บาทเดียว

จากการสอบสวนนายวทัญญู เบื้องต้นให้การภาคเสธ โดยยอมรับเพียงว่าเป็นผู้เปิดบัญชีธนาคาร 4 บัญชี และร่วมเปิดห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ญาดา โมบาย เซอร์วิส ตามคำชักชวนของคนรู้จักที่อ้างว่าจะนำไปใช้รับโอนเงินและหลบเลี่ยงภาษีธุรกิจสกรีนผ้าใบ โดยตนได้รับค่าตอบแทนเพียง 2,000 บาท และไม่ทราบมาก่อนว่าจะถูกนำไปใช้หลอกลวงผู้อื่น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากพฤติการณ์มีความซับซ้อนและมีการโอนเงินผ่านบัญชีผู้ต้องหาซ้ำหลายครั้ง อีกทั้งจากการตรวจสอบระบบฐานข้อมูลพบว่าผู้ต้องหายังมีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันนี้ติดตัวอยู่อีกหลายท้องที่

ทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงขอฝากเตือนประชาชนว่า “ผลตอบแทนที่ง่ายเกินจริง มักซ่อนราคาที่ต้องจ่ายไว้เสมอ” การลงทุนใดๆ ที่มีการการันตีผลกำไรสูงในระยะเวลาสั้นๆ หรือการแอบอ้างชื่อบุคคลชื่อดังโดยให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดาหรือบัญชี หจก. ที่ไม่คุ้นเคย ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยควรรีบระงับการโอนเงินและแจ้งความดำเนินคดีทันที โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายวทัญญูส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป

About The Author

Related posts