“มงคลกิตติ์” บุก มศว. โชว์วิดพื้น–ทำคอนเทนต์ เปิดนโยบาย “กรุงเทพบินได้” วิจารณ์รัฐกู้ 5 แสนล้าน พาดพิงหลายประเด็นการเมือง

วันนี้ (1 พฤษภาคม 2569) เวลา 16.00 น. มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ พระราม 7” ประธานกลุ่ม “กรุงเทพบินได้” เดินทางไปยัง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร เพื่อพบปะนักศึกษา พร้อมร่วมกิจกรรมถ่ายภาพเซลฟี่ แข่งขันวิดพื้น และทำคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย โดยมีนักศึกษาเข้าร่วมจำนวนมากนับร้อยคน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

นายมงคลกิตติ์เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามคำเชิญของกลุ่มนักศึกษา และไม่คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก โดยนักศึกษาหลายคนได้สอบถามทั้งเรื่องการลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและนโยบายของกลุ่ม “กรุงเทพบินได้” ขณะเดียวกันยังมีตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรังสิตเชิญให้เดินทางไปพบปะในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เนื่องจากนักศึกษาต้องการพูดคุยและรับฟังแนวคิดเพิ่มเติม

ระหว่างการพบปะ นายมงคลกิตติ์ได้อธิบายนโยบายของกลุ่ม “กรุงเทพบินได้” ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี ไปจนถึงคุณภาพชีวิตของประชาชน อาทิ แนวคิดปรับปรุงคลองแสนแสบให้สามารถใช้น้ำได้อย่างปลอดภัย การพัฒนารถยนต์บินได้ การส่งคนกรุงเทพมหานครไปอวกาศ การจัดตั้งสำนักสัตว์ดึกดำบรรพ์ และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวลักษณะ “จูราสสิคเวิลด์” ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมถึงการนำ “ไดโนเสาร์ไฟฟ้า” หรือหุ่นยนต์ไดโนเสาร์มาใช้เป็นกิจกรรมและแลนด์มาร์กของเมือง โดยระบุว่าปัจจุบันภาคเอกชนสามารถพัฒนาได้แล้ว แต่ภาครัฐยังไม่ได้สนับสนุนงบประมาณอย่างจริงจัง

นายมงคลกิตติ์ยังได้วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะกรณีแผนกู้เงิน 500,000 ล้านบาท พร้อมพาดพิงถึง อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าให้ความสำคัญกับการกู้เงินมากกว่าการลงทุนด้านนวัตกรรม และตั้งข้อสังเกตว่าเงินกู้จำนวนดังกล่าวส่วนหนึ่งถูกนำไปใช้ในกองทุนน้ำมัน ทั้งการชำระหนี้เดิมและการบริหารกองทุน รวมถึงโครงการช่วยเหลือประชาชนบางส่วน เช่น การเพิ่มเงินให้ผู้มีรายได้น้อยและโครงการคนละครึ่ง ซึ่งมองว่ายังไม่ตอบโจทย์การพัฒนาในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางให้รัฐเข้าถือหุ้นโรงกลั่นน้ำมันในสัดส่วนมากกว่า 51% หรือจัดตั้งโรงกลั่นของรัฐ เพื่อควบคุมต้นทุนพลังงานและลดค่าครองชีพของประชาชน ขณะที่ในระดับกรุงเทพมหานคร เสนอเพิ่มเงินเดือนข้าราชการและบุคลากรกรุงเทพมหานคร 10% สำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์สุขภาพ ใช้การออกกำลังกายเป็นเงื่อนไขลดภาษีท้องถิ่น เพิ่มสิทธิด้านการรักษาพยาบาล รวมถึงบริการศัลยกรรมในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร และรณรงค์ให้ประชาชนออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง

นายมงคลกิตติ์ยังระบุว่า หากกลุ่ม “กรุงเทพบินได้” ได้รับการสนับสนุนในสภากรุงเทพมหานครเกิน 25 คน จะสามารถปรับลดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตลงได้ถึง 40% และนำงบประมาณส่วนดังกล่าวซึ่งคาดว่ามีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท มาพัฒนาสวัสดิการให้กับประชาชน พร้อมทั้งเสนอเปิดโซนนิ่งพื้นที่ท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง และผลักดันสถานบันเทิงครบวงจรในโรงแรมระดับบน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักลงทุน และนำรายได้กลับมาพัฒนาเมือง

ในด้านนโยบายสังคม ยังเสนอเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็น 3,000 บาทต่อเดือน โดยมองว่าควรเริ่มดำเนินการในระดับพื้นที่ก่อน เนื่องจากใช้งบประมาณน้อยกว่าระดับประเทศ ซึ่งต้องใช้งบประมาณเพิ่มหลายแสนล้านบาท

พร้อมกันนี้ นายมงคลกิตติ์ระบุว่า ขณะนี้มีทั้งนักการเมืองและนักวิชาการหลายรายแสดงความสนใจเข้าร่วมเป็นตัวแทนกลุ่ม “กรุงเทพบินได้” ในการลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยผู้ที่จะได้รับการสนับสนุนต้องยึดนโยบายของกลุ่มทั้งหมด เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ช่วงท้ายยังได้กล่าวถึงกรณีอธิบดีกรมฝนหลวง โดยมองว่าเป็นเรื่องภายในของระบบราชการ และอาจไม่มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หลังมีการร้องเรียนโดย ศรีสุวรรณ จรรยา ขณะเดียวกันยังแสดงความเห็นต่อกรณี พิมรี่พาย โดยระบุว่าทุเรียนคุณภาพสูงควรมีขนาด 2–4 กิโลกรัมต่อลูก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าทุเรียนลูกเล็กเป็นสินค้าคุณภาพรอง และมองว่าประเด็นดังกล่าวอาจถูกเบี่ยงเบนจากสาระสำคัญทางการเมือง

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ครั้งนี้นอกจากสร้างกระแสในกลุ่มนักศึกษาแล้ว ยังสะท้อนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ที่มุ่งสู่สนามผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “กรุงเทพบินได้” อย่างต่อเนื่อง

About The Author

Related posts