กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ร่วมกับหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก แถลงผลการจับกุมเครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดนครปฐม พร้อมของกลางยาไอซ์จำนวนมาก

โดยมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 23.00 น. บริเวณถนนภายในหมู่บ้านศุภมงคล หมู่ 6 ตำบลคลองใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ได้แก่

นายลูลู่ นายโตโต้ และนางสาวแอนนา (นามสมมุติ) พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย ยาไอซ์ (เมทแอมเฟตามีน) ประมาณ 300 กิโลกรัม รถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่องรวมมูลค่าของกลางประมาณ 32 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน

จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มผู้ต้องหาลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ อำเภอสามพราน โดยใช้รถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา เป็นพาหนะในการขนส่ง และเตรียมนำไปซุกซ่อนในบ้านพักพื้นที่ตำบลคลองใหม่ ต่อมาพบว่ารถตู้คันดังกล่าวเดินทางมาจากจังหวัดหนองคาย มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร โดยระหว่างทางมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงด่านตรวจ เจ้าหน้าที่จึงติดตามอย่างใกล้ชิด กระทั่งพบรถคันดังกล่าวเข้าสู่หมู่บ้านศุภมงคล จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น

ผลการตรวจค้นพบยาไอซ์บรรจุในถุงชา ซุกซ่อนในช่องลับบริเวณหลังคารถ ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นพิเศษ การการสอบถามพบว่า นำไปดัดแปลงที่ประเทศเพื่อนบ้าน และรถตู้เป็นของนายลูลู่ หนึ่งในผู้ต้องหารวมของกลางประมาณ 300 กิโลกรัม จึงจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ทราบตามกฎหมาย
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปดำเนินการจัดทำบันทึกจับกุมที่กองกำกับการสายตรวจ บก.สปพ. และเตรียมขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่น ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยถึงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดครั้งนี้ว่า เป็นการสกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่ได้ก่อนกระจายเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อสังคมและความมั่นคงได้อย่างมีนัยสำคัญ
จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวคาดว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลตามแนวชายแดน มีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทยโดยใช้เส้นทางหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ ผ่านพื้นที่อำเภอแม่สอด ก่อนเคลื่อนย้ายไปยังจังหวัดหนองคาย และลำเลียงต่อมายังพื้นที่จังหวัดนครปฐม เพื่อเตรียมกระจายเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ทั้งนี้ การจับกุมครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากการขยายผลผู้ค้ารายย่อย ก่อนนำไปสู่การจับกุมในที่สุด เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหาเป็นเครือข่ายรายย่อยในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ทำหน้าที่กระจายยาเสพติดต่อไปยังเครือข่ายย่อยในพื้นที่
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เคยลักลอบขนยาเสพติดมาแล้ว 1 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2-3 โดยมีรูปแบบการลำเลียงผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจจับในเส้นทางภาคเหนือ

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่จะเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นยาเสพติดทั้งในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะมีการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดในเส้นทางสำคัญก่อนเข้าสู่กรุงเทพมหานคร พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสยาเสพติดในชุมชน หรือพบผู้มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือหมายเลข 191 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงหากพบเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถร้องเรียนเพื่อให้มีการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
////////////
