(กสม. แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 14/2569)
กสม. ประสานการคุ้มครองสิทธิฯ กรณีประชาชนในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ถูกดำเนินคดีจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน
วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ และ นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 14/2569 โดยมีวาระสำคัญดังนี้

1. กสม. ประสานการคุ้มครองสิทธิฯ กรณีประชาชนในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ถูกดำเนินคดีจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เหตุรัฐปรับปรุงแนวเขตที่ดินล่าช้า
นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ร้องรายหนึ่ง เมื่อเดือนกันยายน 2568 ระบุว่า ผู้ร้องอาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติทับลานและทับซ้อนกับแนวเขตปฏิรูปที่ดินของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ตามแนวเขตปี 2543 โดยผู้ร้องถูกดำเนินคดีในความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ซึ่งศาลจังหวัดนครราชสีมามีคำพิพากษาว่า ผู้ร้องกระทำความผิดตามกฎหมายดังกล่าว มีโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือน โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษ 2 ปี ให้ย้ายและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่และชำระค่าเสียหายราว 500,000 บาท ผู้ร้องเห็นว่า หากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) (ผู้ถูกร้อง) เร่งแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนภายใน 1 ปี ศาลจะพิจารณาข้อมูลใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อรูปคดีและทำให้ผู้ร้องพ้นผิด ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมิได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ผู้ร้องและบุคคลอื่น ๆ ที่ถูกดำเนินคดีได้รับผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจและบางรายเสียชีวิต จึงขอให้ตรวจสอบความล่าช้าในการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 กรณีการปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (One Map) พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน

กสม. เห็นว่า เรื่องร้องเรียนดังกล่าวควรประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นจึงประสานไปยัง สคทช. ปรากฏว่า คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อศึกษากำหนดแนวทางมาตรการเร่งรัดการปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน และมีมติเห็นชอบแผนการรับฟังความคิดเห็นใหม่ (เพิ่มเติม) โดยให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดรับฟังความคิดเห็นชุมชนรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานเพิ่มเติม ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดปราจีนบุรี โดยจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น 15 ตำบล ในท้องที่อำเภอเสิงสาง ครบุรี ปักธงชัย และวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี และกรุงเทพมหานคร รวมทั้งจัดเวทีสื่อสารสาธารณะในรูปแบบต่าง ๆ ต่อมา คทช. ในคราวประชุมครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 มีมติรับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นและมอบหมายให้ผู้ถูกร้องจัดทำรายงานสรุปผลการรับฟังความเห็น เสนอกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการต่อไป
ส่วนกรณีการดำเนินคดีกับประชาชน คชท. คณะอนุกรรมการอิสระฯ ได้ มีหนังสือ ด่วนที่สุด ถึงอัยการสูงสุด ขอความร่วมมือพิจารณางดการอุทธรณ์คดีที่จำเลยรับสารภาพในคดีที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา และมีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอความร่วมมือชะลอการบังคับคดีที่ยังมีข้อพิพาทหรืออยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 รวมทั้งมีหนังสือด่วนที่สุดถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอความร่วมมืองดการเสนอหมายบังคับคดีต่อศาลในช่วงที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงแนวเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ด้วย
อย่างไรก็ดี กสม. เห็นว่า การดำเนินคดีกับประชาชนอาจไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่และแนวนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จึงขอให้ สคทช. ผู้ถูกร้องรวบรวมข้อมูลคดีที่อยู่ระหว่างดำเนินการของพนักงานสอบสวน ส่งให้สำนักงาน กสม. พิจารณามีความเห็นถึงอัยการสูงสุด เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการในการพิจารณาสั่งคดีตามหน้าที่และอำนาจต่อไป ทั้งนี้ ตามมาตรา 21 และมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553

ด้วยเหตุผลข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 พิจารณาแล้วเห็นว่า คทช. มีมติรับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นและได้ส่งรายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวไปยังปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว จึงเป็นกรณีที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อแก้ไขปัญหาตามสมควรแก่กรณีแล้ว อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กสม. จะมีหนังสือถึงกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในฐานะฝ่ายเลขานุการให้เร่งรัดเสนอรายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นชุมชนรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติเพื่อพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจ ในส่วนคดี เมื่อสำนักงาน กสม. ได้รับข้อมูลทางคดีแล้ว จะมีหนังสือแจ้งความเห็นไปยังอัยการสูงสุดเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการในการพิจารณาสั่งคดีตามหน้าที่และอำนาจต่อไป
