กลุ่มผู้เสียหายบุกกองปราบ แฉขบวนการ “ดีดี มอลล์” สร้างหนี้เท็จ-ยักย้ายทรัพย์สินหนีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เสียหายนับพันล้าน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 เม.ย. 69 ที่ อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กลุ่มตัวแทนเจ้าหนี้ผู้เสียหายจากการล้มละลายของ บริษัท ดีดี มอลล์ จำกัด (อินสแควร์เดิม) เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีอาญาถึงที่สุดกับกลุ่มผู้บริหารบริษัทฯ และพวก ในข้อหาร่วมกันโกงเจ้าหนี้ และความผิดตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ หลังพบพฤติการณ์ส่อทุจริตเชิงโครงสร้าง ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินออกจากกองมรดกเจ้าหนี้อย่างเป็นระบบ

ป้าถวิล(สงวนนามสกุล) อายุ 81 ปี อดีตนักบัญชี หนึ่งในผู้เสียหาย ระบุว่า แม้ศาลจะมีคำพิพากษาพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2568 แต่กลุ่มผู้บริหารเดิมของบริษัท ดีดี มอลล์ จำกัด กลับยังมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมาย ด้วยการเก็บเงินนอกระบบ ยังคงออกใบแจ้งหนี้สั่งให้ผู้เช่าโอนเงินค่าเช่าเข้าบัญชีส่วนตัวของบุคคลในกลุ่มผู้บริหาร และบริษัทในเครือข่าย แทนที่จะส่งมอบรายได้ดังกล่าวให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามกฎหมาย

นอกจากนี้ยังมีการสร้างหนี้เท็จนับพันล้าน พบหลักฐานการทำสัญญาอำพรางในกลุ่มเครือญาติและบริษัทนอมินี เพื่อสร้างหนี้เท็จมูลค่านับพันล้านบาท จากนั้นนำสิทธิหนี้ดังกล่าวไปยื่นขอรับชำระหนี้ เพื่อแย่งส่วนแบ่งจากเจ้าหนี้ตัวจริงในกองล้มละลาย

มีการลักลอบเปลี่ยนชื่อผู้ใช้มิเตอร์ไฟฟ้าจากชื่อบริษัท (ลูกหนี้) มาเป็นชื่อบุคคลในกลุ่มผู้บริหาร เพื่อยึดครองสิทธิประกันไฟฟ้าซึ่งถือเป็นทรัพย์สินในกองมรดก

นายแทนคุณ (อี้) จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม ซึ่งเข้ามาช่วยประสานเข้าพบ พงส.กก.1 บก.ป. เปิดเผยว่า พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 “ร่วมกันโกงเจ้าหนี้” และความผิดร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมและเจ้าหนี้รายย่อยกว่าร้อยรายที่รอความยุติธรรมมานานนับสิบปี

วันนี้ตนจึงได้รวมผู้เสียหายมาเพื่อขอให้กองบังคับการปราบปรามเร่งตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมทั้งประสานเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้เร่งเพิกถอนหนี้เท็จเหล่านั้น เพื่อนำทรัพย์สินกลับมาเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้เสียหายตามสิทธิที่ควรได้รับต่อไป

ป้าถวิล บอกว่า ตนลงทุนเช่าพื้นที่ห้างแห่งนี้เมื่อ ปี 2554 เป็นมือแรก จำนวน 40 ล้านบาท แต่เมื่อโอนเงินให้บริษัทฯ แล้ว 20 ล้าน (จนถึงวันนี้ผ่านมา 10 กว่าปีมูลค่าน่าจะกว่า 40 ล้านบาท )สุดท้ายก็สร้างไม่เสร็จ เข้าทำมาค้าขายไม่ได้ ฟ้องร้องเป็นคดีความจนศาลแพ่งพิพากษาให้พวกเราชนะคดี ยกเลิกการฟื้นฟู และชำระเงินคืนเจ้าหนี้ทุกรายตั้งแต่ ต.ค.68 แต่จนบัดนี้ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ก็ยังไม่สามารถยึดทรัพย์มาคืนได้เลย

น.ส.แอน(นามสมมุติ) อายุ 45 ปี เปิดเผยว่า ทางครอบครัวตนได้ใช่เงินเก็บออมทั้งชีวิตรวมทั้งเอาบ้านไปจำนอง จำนวน 35 ล้านบาท มาลงทุนโครงการนี้ สุดท้ายสร้างไม่เสร็จ เงินไม่ได้คืนแม้ศาลจะตัดสินให้เราชนะคดีก็ตาม ทุกวันนี้ยังต้องแบกภาระใช้ดอกเบี้ยทุกเดือน อยากจะให้ตำรวจกองปราบ ลงไปพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ยึดทรัพย์สินที่ยักย้ายถ่ายโอนกลับมาชดใช้พวกเราด้วย

หลังจากนั้น ผู้เสียหายได้เข้าพบและยื่นเอกสารหลักฐานให้ ผกก.1 บก.ป.รับไปดำเนินการตามกฎหมาย

About The Author

Related posts