“แม่แตงโม-ปานเทพ-อัจฉริยะ” บุก DSI ยื่นหลักฐาน 1,000 แผ่นคดีแตงโม โต้ปมเวลาตกเรือ-จ่อฟ้องนิติวิทยาศาสตร์ละเว้นหน้าที่

วันที่ 24 เมษายน 2569 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของนางสาวนิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ “แตงโม” ที่ยังคงเป็นมหากาพย์ต่อเนื่อง ล่าสุด นางพนิดา ศิริยุทธโยธิน (มารดา) พร้อมด้วย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ตัวแทนภาคประชาชน และ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อส่งมอบเอกสารพยานหลักฐานชุดสุดท้ายกว่า 1,000 แผ่น หวังพลิกสำนวนคดีก่อนถูกส่งต่อไปยัง ป.ป.ช.
นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เปิดเผยรายละเอียดของเอกสารกว่า 1,000 แผ่นที่นำมามอบให้ในครั้งนี้ว่า เป็นการรวบรวมข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์และเทคนิคที่ชี้ให้เห็นความผิดปกติใน 2 ประเด็นหลัก

– หักล้างเวลาตกเรือ: หลักฐานชุดนี้ระบุว่า ข้อมูลที่เคยมีการเผยแพร่ว่าแตงโมตกเรือในเวลา 22.32 น. นั้น “ไม่เป็นความจริง” โดยมีหลักฐานใหม่ที่ชี้ชัดถึงช่วงเวลาและพฤติการณ์ที่ต่างออกไป
บาดแผลต้องสงสัย: มีการเน้นย้ำถึงบาดแผล 3 จุดบริเวณข้อพับเข่าด้านขวา ซึ่งทางกลุ่มผู้ร้องเชื่อว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่พิสูจน์ได้ว่า “การเสียชีวิตไม่ได้เกิดจากการตกเรือตามปกติ” แต่มีนัยสำคัญที่อาจบ่งบอกถึงเหตุการณ์อื่นบนเรือ

นอกจากการยื่นหลักฐานแล้ว นายปานเทพยังระบุถึงการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเตรียมยื่นเรื่องต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการขอไฟล์ภาพถ่ายต้นฉบับของผู้เสียชีวิตเพื่อนำมาประกอบการพิสูจน์ แต่กลับได้รับการบ่ายเบี่ยง โดยอ้างว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีและต้องรอการประชุม “หากทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยอมให้ความร่วมมือและส่งมอบหลักฐานแต่โดยดี เราก็อาจจะพิจารณาถอนคำร้องในภายหลัง” นายปานเทพกล่าว

ทางด้าน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ซึ่งติดตามคดีนี้มาอย่างยาวนาน ระบุชัดเจนว่า จากข้อมูลที่ได้รับมาตลอดการทำคดีทั้ง 3 คดี ตนเชื่อว่ามี “ขบวนการเจ้าหน้าที่” ที่พยายามช่วยเหลือบุคคลบนเรือให้ได้รับโทษน้อยลงอย่างเป็นระบบ ซึ่งการยื่นหลักฐานต่อ DSI ครั้งนี้ถือเป็นการปิดช่องโหว่ดังกล่าว
ขณะที่ นางพนิดา ศิริยุทธโยธิน หรือแม่แตงโม กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่จริงจังว่า ตนเพิ่งได้รับทราบข้อเท็จจริงบางอย่างเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และยืนยันว่าสิ่งที่ต้องการที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่คำตัดสินตามสำนวนเดิม แต่คือการรู้ตัวว่า “ใครคือบุคคลที่ทำให้ลูกสาวต้องเสียชีวิต”

ภายหลังการรับมอบเอกสาร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ร่วมหารือกับคณะผู้ร้องนานหลายชั่วโมง เพื่อชี้แจงรายละเอียดในประเด็นสำคัญ
เจ้าหน้าที่ DSI ยืนยันว่า การรับมอบหลักฐานครั้งนี้ถือเป็นการพิจารณาครั้งสุดท้าย (Final Review) โดยหลังจากนี้จะเร่งจัดทำรายงานสรุปสำนวนคดีทั้งหมด เพื่อส่งมอบให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของคดีแตงโมในปี 2569 นี้
