จากกรณีอื้อฉาวเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เมื่อหญิงสาวอาชีพขายปุ๋ยเข้าร้องเรียนต่อ “ทนายรณณรงค์” ว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจพยายามอุ้มตัวกลางปั๊มน้ำมันขณะนัดซื้อรถมือสอง มิหนำซ้ำตำรวจท้องที่กลับทำคดีผิดปกติจนเหยื่อต้องหนีมาพึ่งส่วนกลาง ล่าสุดกองปราบปรามปิดจ๊อบล้างบางมาเฟียกลุ่มนี้ได้ยกแก๊งเปิดพฤติการณ์สุดเถื่อน ลวงซื้อรถ-อ้างตำรวจ-ฉุดขึ้นเก๋ง

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 น.ส.เดือน (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย ได้ติดต่อนัดซื้อรถกระบะมือสองที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ โดยจ่ายเงินสดและโอนรวมกว่า 250,000 บาท แต่เมื่อพบพิรุธและขอยกเลิก กลับถูกกลุ่มคนร้ายที่วางแผนมาอย่างดีเข้าจู่โจม
-ลวงให้ตายใจ น.ส.นาตยา ทำหน้าที่นายหน้าล่อลวงให้เหยื่อมาติดกับ
-ใช้กำลังประทุษร้าย นายเจษฎากร และ นายปฐมพงษ์ อ้างตัวเป็น “ตำรวจ” เข้าล็อกตัวพยายามฉุดกระชากเหยื่อขึ้นรถเก๋งมิตซูบิชิสีเขียว
-ปล้นทรัพย์กลางวันแสกๆ เมื่อเหยื่อขัดขืนจนรอดมาได้ คนร้ายได้ชิงกระเป๋าสะพายที่มีเงินสดอีก 120,000 บาท และโทรศัพท์มือถือหลบหนีไป

สั่งเด้งรับคดี กองปราบปรามเปิดยุทธการ “Undersea Storm”
หลังผู้เสียหายร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก สภ.อ่าวลึก ทั้งเรื่องการปกปิดสำนวนและปล่อยตัวผู้ต้องสงสัย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. จึงสั่งการให้กองบังคับการปราบปราม (CIB) ลงพื้นที่สืบสวนเชิงลึก จนพบว่าทำกันเป็นขบวนการใหญ่ มีการแบ่งหน้าที่ชัดเจน ตั้งแต่คนล่อลวง คนคุมรถ และคนลงมือ

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 กำลังตำรวจ CIB ได้ปูพรมตรวจค้น 7 จุด ในพื้นที่ภาคใต้และกาญจนบุรี จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 8 ราย พร้อมของกลางเพียบ ทั้งรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ 4 คัน, หมวกไหมพรม, และเสื้อกั๊กสีดำที่ใช้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่
เบื้องหลังแค้นฝังหุ่น เมียเก่าสั่งลุย
จากการสอบสวนพบว่า ปมเหตุมาจาก น.ส.พนิดา หนึ่งในผู้ต้องหา มีความแค้นส่วนตัวกับอดีตสามีที่เลิกรากันไป จึงวางแผนล่อลวงอดีตสามีมาเพื่อประสงค์ร้ายโดยใช้การ “ขายรถ” เป็นกับดัก แต่ในวันเกิดเหตุอดีตสามีไม่ได้มา น.ส.เดือน (ผู้เสียหาย) ซึ่งเป็นคนรู้จักจึงมารับช่วงดูรถแทน กลุ่มคนร้ายแม้จะรู้ว่าเป้าหมายเปลี่ยนไปแต่ยังคงเดินหน้าตามแผนเดิมจนเกิดเหตุสลดขึ้น

ประวัติแสบ หนึ่งในคนร้ายเคยอ้างเป็นตำรวจภาค 8 กรรโชกทรัพย์ ที่น่าตกใจคือ นายปฐมพงษ์ หนึ่งในผู้ต้องหาหลัก มีประวัติโชกโชน เคยถูกจับคดีกรรโชกทรัพย์มาแล้ว 2 ครั้ง โดยมีพฤติกรรม “แอบอ้างเป็นตำรวจสืบสวนภาค 8” เข้าจับกุมวัยรุ่นแล้วเรียกเงินแลกกับการปล่อยตัว ซึ่งถือเป็นบุคคลอันตรายที่วนเวียนก่อเหตุในลักษณะเดิม
สรุปผลการจับกุมและข้อหาหนัก

พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาหนักแก่กลุ่มผู้ต้องหา ดังนี้ ปล้นทรัพย์ / ชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย , อั้งยี่และซ่องโจร, หน่วงเหนี่ยวกักขัง และข่มขืนใจผู้อื่น , แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน (เฉพาะรายที่อ้างเป็นตำรวจ)

CIB เตือนภัย การซื้อขายของมีค่าควรนัดหมายในสถานที่ปลอดภัย และระวังบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่แต่มีพฤติกรรมพิรุธ หากพบเหตุการณ์ลักษณะนี้ให้รีบแจ้งสายด่วนตำรวจสอบสวนกลางทันที
