ระทึก! สืบ ตม.3 ไล่ล่าข้ามจังหวัด รวบหนุ่มแคนาดา สมาชิกแก๊งยานรกคาสนามบิน ก่อนเช็กอินหนีออกนอกประเทศ
สืบสวน ตม.3 เปิดปฏิบัติการไล่ล่าระทึก ข้ามจังหวัดรวบหนุ่มชาวแคนาดา วัย 37 ปี ผู้ต้องหาคดีลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ ตามหมายแดงตำรวจสากล ขณะกำลังแฝงตัวในฝูงชนต่อแถวเช็กอินที่สนามบินสุวรรณภูมิ เตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ หลังไหวตัวทัน หลบหนีจากที่พักในพื้นที่พัทยา

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ได้สั่งการเข้มงวดให้ปราบปรามอาชญากรข้ามชาติที่เข้ามาหลบซ่อนในประเทศไทย โดย พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เดโช โสสุวรรณากุล, พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 รับข้อมูลว่ามีชาวต่างชาติสัญชาติแคนาดาเกี่ยวข้องเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่พัทยา จึงสั่งการให้ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 ลงพื้นที่ติดตามตัว
ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์, พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ ศรีธนาอภินันท์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สว.กก.สส.บก.ตม.3 เข้าตรวจสอบที่พักของเป้าหมายเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. แต่พบว่าผู้ต้องสงสัยเรียกรถหลบหนีออกจากที่พักไปก่อนเพียงไม่กี่นาที

เจ้าหน้าที่จึงเร่งติดตามอย่างกระชั้นชิด กระทั่งพบรถคันดังกล่าวมุ่งหน้าใช้ถนนมอเตอร์เวย์ขาเข้า ก่อนเลี้ยวเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังค้นหาตามอาคารผู้โดยสารขาออก และพบตัวผู้ต้องสงสัยกำลังปะปนกับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก พยายามต่อแถวเช็กอินเพื่อเดินทางออกนอกประเทศ จึงแสดงตัวเข้าควบคุมทันที
จากการตรวจสอบทราบชื่อคือ MR.WESLEY อายุ 37 ปี สัญชาติแคนาดา ถือวีซ่านักท่องเที่ยว ตรวจค้นตัวและสัมภาระไม่พบยาเสพติด แต่เมื่อตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรมระหว่างประเทศ พบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของทางการเกาหลีใต้ ในข้อหา “ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ” และเป็นบุคคลตามประกาศสืบจับ หมายแดงของตำรวจสากล (Interpol Red Notice)
จากนั้นเจ้าหน้าที่คุมตัวมาตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลอย่างละเอียดที่ กก.สส.บก.ตม.3 โดยใช้ระบบไบโอเมตริกซ์ ยืนยันตรงกับข้อมูลบุคคลตามหมายจับสากลจริง ทั้งหนังสือเดินทางและข้อมูลอัตลักษณ์ตรงกันทุกประการ
ภายหลัง พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 ได้ลงนามเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเข้าข่ายเป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12 (7) ถือเป็นภัยต่อสังคมและความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิและขั้นตอนการอุทธรณ์ผ่านล่าม ก่อนคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการผลักดันออกนอกราชอาณาจักร และประสานส่งตัวให้ทางการเกาหลีใต้ดำเนินคดีต่อไป

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยืนยันเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ปราบปรามอาชญากรข้ามชาติทุกสัญชาติ ไม่ให้ใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งกบดาน พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสการกระทำผิด แจ้งได้ที่สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 1178 ตลอด 24 ชั่วโมง.
