กกต.อุตรดิตถ์เรียกศรีสุวรรณสอบ ปมร้อง สส.อุตรดิตถ์จ้างทำโพลเลือกตั้งปี 66 แต่เบี้ยวจนศาลพิพากษาให้ชดใช้ 8.6 หมื่น แต่ไม่พบแจ้งเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง

วันที่ 22 เม.ย.69 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ (กกต.อุตรดิตถ์) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางไปให้ถ้อยคำประกอบการไต่สวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ กรณีที่องค์กรรักชาติ รักแผ่นดินได้แจ้งเบาะแสต่อ กกต.กลาง เมื่อ 1 ธ.ค.68 ให้ตรวจสอบอดีต สส.จังหวัดอุตรดิตถ์ชื่อดัง ที่จ้างนักวิจัยจากกรุงเทพฯ ให้จัดทำโพลหยั่งคะแนนเสียงช่วงเลือกตั้งปี 2566 แต่กลับเบี้ยวจ่าย จนผู้รับจ้างต้องยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งพระโขนง กระทั่งศาลมีคำพิพากษาให้ต้องชำระเกือบ 1 แสนพร้อมดอกเบี้ย แต่ไม่ปรากฎว่ามีการแจ้งค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งในการจัดทำโพล ถือได้ว่าเป็นการแจ้งเท็จตามกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่

   

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 มี สส.คนดังของจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ว่าจ้างให้นักวิจัยชื่อดังจากกรุงเทพฯ จัดทำโพลสำรวจการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งของตนเองกับบุตรสาวที่ลงสมัครในเขตเลือกตั้งติดกัน เป็นเงิน 3 แสนบาท จนเมื่อถึงช่วงสุดท้ายที่จะต้องจ่ายอีก 1 แสน สส.คนดัง กลับแจ้งว่าติดงานหาเสียง โดยรับปากว่าเมื่อได้ผลสำรวจจากการจัดทำโพลแล้วจะจ่ายให้ แต่ปรากฎว่าเมื่อผลโพลออกมาชี้ว่า สส.คนดังและลูกสาวจะพ่ายแพ้การเลือกตั้ง ทำให้ สส.คนดังไม่พอใจ กล่าวหาว่าผลโพลไม่ถูกต้อง จึงไม่ยอมจ่ายเงินคงค้างอีก 1 แสนบาทให้ สุดท้ายผลการเลือกตั้งที่ออกมา ก็ปรากฏว่าสส.คนดังและลูกสาวสอบตกทั้งคู่ เป็นไปตามโพลทุกประการ

กระทั่งนักวิจัยที่รับจ้างจัดทำโพลดังกล่าว นำความไปยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งพระโขนง กระทั่งศาลได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ม64/2568 และคดีหมายเลขแดงที่ ม 143/2568 ให้ ส.ส.คนดังต้องชำระเงิน 86,300 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.2566 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ซึ่งเมื่อตรวจสอบค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งของ สส.คนดัง และลูกสาว กลับไม่ปรากฎว่ามีการแจ้งค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการว่าจ้างจัดทำโพลดังกล่าวลงในรายการค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง ที่ยื่นให้กับ กกต.ตามกฎหมายแต่อย่างใด

กรณีดังกล่าวน่าจะเป็นการจงใจยื่นเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนตามมาตรา 67 ประกอบมาตรา 155 ของ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ปี 2561 กระทบต่อการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยตรง ดังนั้น แม้ขณะนี้จะมีการเลือกตั้งใหม่ในเดือน ก.พ.2569 แต่อายุความของการแสดงบัญชีค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งยังมีอยู่ และเมื่อมีคำพิพากษาของศาลมายืนยันเช่นนี้ แม้ลูกสาวของ สส.คนดังจะได้รับการเลือกตั้งกลับมาแต่ทว่าเมื่อความปรากฎว่า สส. คนดังกล่าวแสดงบัญชีค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.ที่จะต้องเร่งดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว หากผิดจริงก็อาจต้องรับโทษทางอาญาที่รุนแรง ตาม พรบ.การเลือกตั้งฯ ส.ส.2561 มีโทษจำคุก 1-5 ปี หรือปรับ 2 หมื่นถึง 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

About The Author

Related posts