ชาวบางมดนับพันหลั่งไหลร่วมพิธี “สรงน้ำหลวงพ่อโอภาสี” สืบสานศรัทธาอันงดงาม ท่ามกลางบรรยากาศเปี่ยมปีติ

วันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่ส่องกระทบศาลาพิธีอย่างอ่อนโยน ประชาชนนับพันจากทั่วสารทิศหลั่งไหลมารวมตัวกัน ณ อาศรมบางมด เพื่อร่วมประกอบพิธี “สรงน้ำหลวงพ่อโอภาสี” พิธีกรรมสำคัญที่สืบทอดกันมายาวนาน

สะท้อนพลังแห่งศรัทธาที่หยั่งรากลึกในหัวใจของชาวบ้านอย่างไม่เสื่อมคลาย พิธีสรงน้ำหลวงพ่อโอภาสีมีจุดกำเนิดจากวัตรปฏิบัติขององค์หลวงพ่อ ซึ่งจะสรงน้ำเพียงปีละครั้ง ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 อันถือเป็นฤกษ์มงคล โดยในระยะแรก “ตั้วก๋ง” จะเป็นผู้นำเหล่าเทพขออนุญาตถวายน้ำสรงแด่องค์ท่าน ถือเป็นพิธีเฉพาะที่มีเหล่าเทพเป็นตัวแทน ขณะที่บรรดาศิษยานุศิษย์ร่วมประกอบพิธีอยู่โดยรอบศาลา

คำบอกเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่ยังคงถ่ายทอดถึงภาพแห่งความศักดิ์สิทธิ์ในอดีต เมื่อ “ก๋งทั้ง 3 องค์” ประทับทรงใกล้องค์หลวงพ่อ คอยแจกวัตถุมงคลแก่ศิษย์ผู้มีศรัทธา จนกระทั่งปีสุดท้ายก่อนหลวงพ่อโอภาสีละขันธ์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2498 ได้มีการแจก “เหรียญครุฑแบกเสมา” เป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งกลายเป็นปริศนาธรรม เนื่องจากเป็นรุ่นแรกและรุ่นเดียวที่ไม่มีภาพของหลวงพ่อปรากฏอยู่

ภายหลังการละขันธ์ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ ปีเดียวกัน “ซาก๋ง” ได้ดำริให้จัดขบวนอัญเชิญภาพฉายาลักษณ์ของหลวงพ่อ เวียนทักษิณาวรรตรอบจุฬามณีปราสาท อันเป็นสถานที่ประดิษฐานสังขาร ก่อนประกอบพิธีสรงน้ำต่อหน้าภาพดังกล่าว เพื่อแสดงความเคารพบูชา และสืบทอดเป็นประเพณีตราบจนปัจจุบัน

พิธีสรงน้ำในอดีตจัดขึ้นบริเวณศาลาสรงน้ำทางทิศเหนือ โดยมีตั้วก๋ง ยี่ก๋ง และซาก๋งเป็นผู้ประกอบพิธีก่อน จากนั้นจึงเปิดโอกาสให้สาธุชนร่วมสรงน้ำผ่าน “ขันสาคร” ซึ่งเชื่อมด้วยสายสิญจน์สู่องค์หลวงพ่อ นับเป็นวันเดียวในรอบปีที่องค์ท่านจะสรงน้ำ

เมื่อกาลเวลาผันผ่าน พิธีกรรมได้รับการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม โดยมีการอัญเชิญภาพหลวงพ่อร่วมขบวนแห่ พร้อมเหล่าเทพเซียน และบุคคลสำคัญทางศาสนา อาทิ หลวงอาชม หลวงปู่กิมเส้ง ตลอดจนพระภิกษุผู้สืบทอดเจตนารมณ์ เพื่อร่วมประกอบพิธีอย่างสมบูรณ์

การสรงน้ำมิใช่เพียงพิธีกรรม หากแต่เป็น “บุญ” อันเกิดจากความเลื่อมใส เป็นความชุ่มชื่นแห่งจิตใจ และการแสดงออกถึงความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพ เป็นการบูชาบุคคลที่ควรบูชาอย่างแท้จริง

อีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญของพิธี คือการมี “เหล่าเทพเซียน” เข้าร่วม ซึ่งสะท้อนถึงวัตรปฏิบัติของหลวงพ่อโอภาสีที่มีความเกี่ยวเนื่องกับโลกแห่งจิตวิญญาณ ตามความเชื่อที่สืบทอดกันมา โดยผู้ร่วมพิธีต่างสำรวมกาย วาจา ใจ เพื่อรับพลังแห่งบารมีธรรม และสิริมงคลที่เชื่อว่าถูกถ่ายทอดผ่านพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้

สำหรับบรรยากาศในปีนี้ แม้จะมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก แต่เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย เปี่ยมด้วยความเลื่อมใสและความอบอุ่นของชุมชน โดยสาธุชนได้ร่วมกันอัญเชิญ พระยุทธนา ยติโก (มะลิพันธุ์) หลานของหลวงพ่อโอภาสี ผู้สืบสานเจตนารมณ์ อันดีงามของหลวงพ่อโอภาสี และเป็นทายาทสายตรง ขึ้นเกี้ยวเพื่ออัญเชิญภาพฉายาลักษณ์ของหลวงพ่อ เวียนรอบจุฬามณีปราสาทอย่างสง่างาม

ภาพแห่งศรัทธาที่เคลื่อนไปพร้อมขบวนแห่ ท่ามกลางเสียงสวดมนต์และสายลมแผ่วเบา กลายเป็นอีกหนึ่งบทบันทึกของ “บางมด” ที่สะท้อนถึงพลังแห่งความเชื่อ ความผูกพัน และการสืบสานประเพณีอันงดงามจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไมมีวันเสื่อมคลาย
