เป็นประเด็นร้อนรับความยุติธรรม เมื่อหนุ่มเจ้าของร้านอาหารร้อง “จ่าคิงส์ สะพานใหม่” หลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นผู้มีอิทธิพล รุมทำร้ายและใช้มีดแทงบริเวณลำคอหวังปลิดชีพ กลางดึกย่านเฉลิมพระเกียรติ ร.9 พบชนวนเหตุมาจากการนัดเจรจาธุรกิจกับอดีตแฟนสาว แต่กลับถูก “มือมืด” ที่มาติดพันฝ่ายหญิงยกพวกมารุมเช็คบิล พร้อมประกาศลั่น “ไม่กลัวกฎหมายเพราะจ่ายส่วยทุกเดือน”

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มี.ค.69 เวลาประมาณ 20.30 น. นายเอ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย ได้นัดหมายกับอดีตแฟนสาวซึ่งเป็นหุ้นส่วนร้านอาหาร บริเวณซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 5 เพื่อตกลงทิศทางธุรกิจว่าใครจะบริหารต่อหรือใครจะถอนหุ้น

ทว่าการเจรจากลับไม่ราบรื่น เมื่อมีกลุ่มของ “นายอั๋น” ชายที่มาติดพันอดีตแฟนสาว พร้อมเพื่อนร่วมแก๊ง บุกเข้ามาแสดงตัวว่าอยากเจอหน้าผู้เสียหาย โดยระหว่างพูดคุยกลุ่มผู้ก่อเหตุได้แสดงท่าทีข่มขู่ อ้างว่าเป็นผู้มีอิทธิพล มีบ่อนการพนันในครอบครอง และจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาโดยตลอด จึงไม่เกรงกลัวกฎหมายใดๆ

นายเอ ระบุว่า เมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงตัดสินใจเข้าไปหลบในตัวตึกเพื่อรอให้สถานการณ์คลี่คลาย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงเที่ยงคืนเศษ เมื่อตนเดินออกมาเพื่อจะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน เพื่อนของนายอั๋นได้เดินตามมาหาเรื่อง พร้อมตะโกนเรียกนายอั๋นให้สตาร์ทรถรอ ก่อนจะชักมีดพุ่งเข้าหาตั้งใจแทงเข้าที่ร่องคอหวังโดนหลอดลม แต่โชคดีที่นายเอสวมหมวกกันน็อกทำให้คมมีดพลาดไปโดนบริเวณใบหน้าและลำคอ ท่ามกลางสายตาพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์จำนวนมาก จนผู้ก่อเหตุต้องรีบหลบหนีไป

ภายหลังเกิดเหตุ นายเอ เกิดความหวาดระแวงในการใช้ชีวิต เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นคนในพื้นที่และมีพฤติการณ์ท้าทายกฎหมาย อีกทั้งคดียังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนต่อ จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ เพื่อขอให้ช่วยประสานงานไปยังกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ให้ลงมาทำคดีนี้โดยตรง

“ผมแค่อยากมาคุยเรื่องงาน แต่กลับถูกหมายเอาชีวิต แถมคนทำยังอ้างว่าเคลียร์ตำรวจได้ ผมกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและไม่ปลอดภัย จึงต้องมาพึ่งจ่าคิงส์ให้ช่วยส่งเรื่องถึงกองปราบครับ”

จ่าคิงส์เตรียมพา หนุ่ม เอ ร้องสื่อมวลชน พรุ่งนี้ วันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น.บริเวณด้านหน้าแดนเนรมิตเก่า (ริมฟุตบาท).
