ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) โดย ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.สายตรวจ บก.ปพ. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.4 บก.สส.สตม. ร่วมกันจับกุม นายซึง-ยอลฯ หรือ MR.SEUNGYEOL อายุ 36 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่ทางการเกาหลีได้ออกหมายจับและทางการเกาหลีใต้ได้ออกหมายสีแดงของตำรวจสากล หรือ Red Notice Interpol ในความผิดฐาน “ฉ้อโกง”
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านใน ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

พฤติการณ์ จากการสืบสวนของทางการเกาหลีใต้พบว่า นายซึง-ยอล หรือ MR.SEUNGYEOL หนึ่งในผู้ต้องหา ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวเกาหลีใต้ ซึ่งได้ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านประเทศไทย กลุ่มผู้ต้องหาซึ่งทำหน้าที่เป็น “พนักงานขายทางโทรศัพท์” (Telesales) สร้างโปรไฟล์ปลอมในแอปพลิเคชัน KakaoTalk แอบอ้างเป็นศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนชาวเกาหลี เพื่อชักชวนเหยื่อร่วมลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรสูงในระยะสั้น และยังมีการสร้างเว็บไซต์ปลอมขึ้นมา เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหลอกให้เหยื่อโอนเงินลงทุนเข้าสู่ระบบ จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหายหลงเชื่อกว่า 50 ราย รวมมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 3,300 ล้านวอน หรือประมาณ 72 ล้านบาท
ภายหลังจากที่ ทางการเกาหลีใต้ได้ออกหมายสีแดงของตำรวจสากล หรือ Red Notice Interpol เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีที่ประเทศต้นทางแล้วนั้น ได้ประสานงานกับ สตม. ร่วมกับ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโด CIB ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามผู้ต้องหารายดังกล่าว โดยพบข้อมูลว่าผู้ต้องหารายดังกล่าวได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยผ่านทางด่านถาวรช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี ก่อนจะเปลี่ยนที่อยู่ไปมาเพื่ออำพรางตัวจนกระทั่งมากบดานอยู่ในบ้านเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำโดย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สายตรวจ บก.ปพ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สส.สตม. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโดยพบผู้ต้องหารายดังกล่าวยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกัน และจากการตรวจสอบเอกสารประจำตัวพบว่า การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้สิ้นสุดลงแล้ว (Overstay) เจ้าหน้าที่
จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและเตรียมส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศเกาหลีใต้ต่อไป
เตือนภัย
– เตือนภัย โปรดระมัดระวังการชักชวนลงทุนผ่านกลุ่มแชทหรือโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะการแอบอ้างเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน หากมีการเสนอผลตอบแทนที่สูงผิดปกติและเร่งรัดให้
โอนเงินไปยังบัญชีส่วนบุคคล ให้สันนิษฐานว่าเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ
– เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยมีการประสานความร่วมมือกับนานาชาติอย่างใกล้ชิดและมีระบบตรวจสอบข้อมูลที่ทันสมัย การหลบหนีเข้ามากบดานในประเทศไทยไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัย เพราะสุดท้ายอาจจะถูกจับกุมและดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดทั้งกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ หากคุณพบเห็นชาวต่างชาติ
ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย หรือดูมีพิรุธเหมือนเป็นบุคคลตามหมายจับสากล อย่าเก็บความสงสัยไว้คนเดียว
แจ้งสายด่วน ตม. 1178
