วันนี้ ( 12 มี.ค.69 ) ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายสมชัย ศรีสุทยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม
นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ หรือ เอิร์ธ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain และ นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือ ครูชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B Marketing In Black

นัดหมายกันเดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อสอบถามความชัดเจนกรณี เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ตัวแทน กกต. แจ้งความดำเนินคดีอาญา ต่อมามีข่าวว่าให้ดำเนินคดีกับบุคคลรวม 6 ราย ในข้อหาความผิดฐานเป็น “อั้งยี่” หรือซ่องโจร , ข้อหาตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ , ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ของ กกต. , กระทำการเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญ (ม.116)
นายสมชัย เปิดเผยว่า การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อต้องการความชัดเจนใน 3 ประเด็น คือ
1.อยากรู้ว่าจากการที่ปรากฏเป็นข่าวว่า กกต. ได้มาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษประชาชนทั้ง 6 คนและปรากฏชื่อเสียงเรียงนามต่างๆออกสื่อเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว ทาง กกต.มาแจ้งความไว้จริงหรือไม่และคนที่ถูกแจ้งความด้วยข้อหาที่รุนแรงร้ายแรง 6 คนมีชื่ออะไรบ้างและเป็นการกล่าวหาด้วยข้อกล่าวหาอะไรบ้าง แต่ละคนข้อกล่าวหาเดียวกัน หรือแตกต่างกันอย่างไร บุคคล ทั้ง 4 ที่ถือว่าได้รับความเสียหาย
2.ถ้า กกต.มาร้องทุกข์กล่าวโทษจริงเราก็ทำเป็นหนังสือมาขอคัดสำเนาของคำกล่าวโทษของกกต. ว่าได้มาแจ้งความดำเนินคดีโดยมีหนังสือมาทางกองปราบ ถ้าได้วันนี้เลยก็ดีถ้าไม่ได้วันนี้ก็ส่งไปให้เราในภายหลังได้
3.อยากจะมาขอคำยืนยันจากทางกองปราบว่าข่าวที่ปรากฏว่ามีการแจ้งความบุคคลทั้ง 6 คนที่ปรากฎต่อสาธารณะ มีทั้งชื่อนามสกุลและข้อกล่าวหาต่างๆ ข้อมูลดังกล่าว หลุดออกมาจากฝ่ายใด มาจากฝ่ายผู้ร้อง หรือผู้รับแจ้งความ ถ้าวันนี้ไม่ได้คำตอบก็คงจะต้องดำเนินการ ขอจากสื่อว่าสื่อและข้อมูลจากไหนอย่างไรหรือขอความรู้จากสื่อว่าได้ข่าวจากแหล่งไหนมา ก็อาจจะต้องใจร้ายว่าถ้าสื่อปิดบังไม่ข้อมูลว่าได้ข่าวจากไหนอย่างไรซื้อเองจะเป็นฝ่ายที่กระทำความผิดอันนี้ก็ต้องระมัดระวังไม่อยากให้สื่อ

ส่วนกรณีที่พนักงานสอบสวนยังไม่ออกหมายเรียกให้บุคคลใดมารับทราบข้อกล่าวหานั้น ผู้ถูกกล่าวหาจะสามารถขอข้อมูลกับ พนักงานสอบสวนได้ หรือไม่ นายสมชัย ระบุว่า สามารถมาขอข้อมูลได้เนื่องจากมีรายชื่อของตนเองปรากฏเป็นข่าวไปแล้ว
นายสมชัย ยังกล่าวด้วยว่า หลังจากเข้าไปพบกับพนักงานสอบสวน ให้คำยืนยันหนักแน่นด้วยวาจา ว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่มีทางที่จะหลุดมาจากทางฝ่ายตำรวจอย่างแน่นอน เราจึงอยากขอให้ตอบอย่างเป็นทางการด้วย ซึ่งกรณีที่หลุดออกมาจากฝ่ายใดแล้วก่อให้เกิดความสูญเสียกระทบต่อหน้าที่การทำงานของคนถูกระบุชื่อทางผู้เสียหายในฐานะที่เป็นผู้เสียหายก็จะใช้สิทธิ์ในการดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ต่อไป โดยตำรวจแจ้งว่าขอใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ จะให้คำตอบไดั แต่ความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นในฝั่งของพวกตน ก็จะต้องขอความร่วมมือกลับไปยังสื่อมวลชน 5 สำนัก ที่ มีการเผยแพร่ข่าวดังกล่าว ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ว่าได้ข้อมูล มาจากไหน เนื้อหา ถูกต้องหรือไม่
นายธรรมธีร์ กล่าวว่า สำหรับคนที่โดนฟ้องครั้งแรกในชีวิตเราไม่มีความกังวลในความบริสุทธิ์หรือข้อหาที่เป็นข่าวลือมา แต่ถามว่ามีความรู้สึกไหมว่าชีวิตนี้เราต้องมาเจออะไรแบบนี้ พอค้นหาความเชื่อก็เป็นการฟ้องปิดปาก ปล่อยนี้ใช้เวลาเกือบสองสัปดาห์ในฐานะประชาชนคนหนึ่งรู้สึกผิดปกติเพราะโดยปกติถ้าประกาศขึ้นมาชื่อหรือข้อหาควรจะชัดเจนจะตรงไปตรงมา จึงไม่แน่ใจว่าทำไมต้องใช้เวลาถึงสองสัปดาห์จึงเป็นที่มาที่วันนี้มาตรวจสอบกับทางกองปราบถึงกระบวนการต่างๆและได้รับคำตอบจากตำรวจว่าจะให้ความเป็นธรรม เป็นกลาง ได้รับข้อมูลจากทางผู้ฟ้อง อยากทราบว่าทำไมถึงฟ้องเท็จและตนเองในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่งทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญเห็นว่ามีสิ่งที่น่าจะผิดปกติจึงสนใจเรื่องนี้เรื่องของบาร์โค้ด QR Code

พร้อมฝากถามไปถึงกกต.ว่ามีแรงจูงใจอะไรที่ใส่บาร์โค้ดไปในบัตรเลือกตั้งที่ตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับไปได้และพร้อมให้ข้อมูลทั้งหมดกับพนักงานสอบสวนและไม่อยากให้มีการฟ้องปิดปากใดๆ เกิดขึ้นในประเทศไทยอีกต่อไป
//////
