“ทรนง ศรีเชื้อ” บุกกองปราบ แฉยับทุนต่างชาติกำมะลอเบี้ยวเงิน 300 ล้าน ทำโปรเจกต์หนังล่ม-ทีมงานนับพันถูกลอยแพ
เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 69 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายทรนง ศรีเชื้อ ผู้กำกับภาพยนตร์รุ่นใหญ่ระดับตำนาน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อแจ้งความเอาผิดบริษัทต่างชาติ หลังถูกหลอกให้สร้างภาพยนตร์ไซไฟฟอร์มยักษ์ “2122 ARMAGEDDON WAR” แต่กลับไม่มีการจ่ายเงินตามข้อตกลง สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างทั้งต่อนักแสดงและทีมงานกว่าพันชีวิต
แฉพฤติกรรม “นายทุนลวงโลก” อ้างหมื่นล้านแต่ไม่มีจ่าย
นายทรนง เปิดเผยด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า โปรเจกต์นี้ตั้งเป้าเป็น “หนังเปลี่ยนโลก” โดยใช้ทุนสร้างกว่า 300 ล้านบาท แต่กลับต้องสะดุดลงเพราะบริษัทร่วมทุนต่างชาติมีพฤติกรรมฉ้อโกง แอบอ้างว่ามีเงินทุนนับหมื่นล้านบาท แต่ในความเป็นจริงกลับไม่มีเงินจ่ายค่าจ้างแม้แต่บาทเดียว ทำให้บริษัทฯ ของตนไม่สามารถดำเนินงานต่อได้
“ผมสู้มาทั้งชีวิต ผมเหนื่อย… แต่วันนี้ผมมาเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้ลูกน้องและทีมงานทุกคนที่ฝากชีวิตไว้กับผม” นายทรนง กล่าว
ความเสียหายลามหนัก นักแสดง-สถาปนิกดัง สูญเงินล้าน
จากการตรวจสอบพบว่า ความเสียหายครั้งนี้ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ทีมงานเบื้องหลัง แต่ลามไปถึงนักแสดงหลักและคนดังในวงการ โดยมีการแจ้งความกระจายตัวในหลายท้องที่ เช่น
นายเศรษฐ์สิทธิ์ อชิรญาณสกุล (สถาปนิกชื่อดัง/นักแสดงหลัก) แจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง หลังถูกเลื่อนกองถ่ายถึง 6 ครั้ง ทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจและการเป็นที่ปรึกษาอสังหาฯ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,500,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีนักแสดงรุ่นใหญ่แจ้งความที่ สน.บางยี่เรือ กรณีถูกเลื่อนงานซ้ำซากจนเสียรายได้และโอกาสในการรับงานอื่น
ตลอดจนทีมงานและช่างตัดชุด แจ้งความที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ และ สน.หัวหมาก หลังถูกค้างชำระค่าจ้างและค่าจัดเตรียมงาน รายละตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสนบาท
ย้อนรอย “เดิมพันด้วยชีวิต” สู่มหากาพย์การโกง
ภาพยนตร์ “2122 ARMAGEDDON WAR (กูนี่แหละอัจฉริยะ)” เป็นภาพยนตร์แนวไซไฟ-แอ็กชัน ปรัชญา ที่นายทรนงทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อโชว์ศักยภาพคนไทยสู่ระดับสากล โดยเมื่อปลายปี 2568 นายทรนงเคยสร้างความฮือฮาด้วยการประกาศ “เดิมพันด้วยชีวิต” ต่อหน้าพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรฯ เพื่อให้หนังเรื่องนี้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม แม้จะประสบปัญหาถูกเบี้ยวเงินจนโปรเจกต์ชะงัก แต่นายทรนงยืนยันจะต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า เริ่มมีแหล่งทุนใหม่หลายรายแสดงความสนใจ เข้ามาประสานงานเพื่อช่วยเหลือด้านงบประมาณ เพื่อผลักดันให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลับมาเดินหน้าถ่ายทำต่อจนจบตามเจตนารมณ์ของผู้กำกับชั้นครู
