ตำรวจท่องเที่ยวรวบแก๊งแอลจีเรีย ล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวบน BTS รับเทศกาลปีใหม่ พบรายหนึ่งอยู่เกินกำหนดกว่า 500 วัน
กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว แถลงผลการปฏิบัติการจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพชาวต่างชาติ ก่อเหตุลักทรัพย์นักท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและระบบขนส่งมวลชน สนองนโยบายยกระดับความปลอดภัยช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2569

ยกระดับความปลอดภัยรับปีใหม่
ตามสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการดูแลความปลอดภัยประชาชนและนักท่องเที่ยว ทางกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำโดย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดเฝ้าระวังกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่แฝงตัวเข้ามาก่อเหตุในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแกะรอยจากวงจรปิด สู่การจับกุมกลางสถานีสยาม

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 นักท่องเที่ยวชาวจีนได้แจ้งความต่อ พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ว่าถูกลักทรัพย์ขณะโดยสารรถไฟฟ้า BTS ระหว่างสถานีอโศกไปสถานีพร้อมพงษ์ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบผู้ก่อเหตุเป็นชายชาวต่างชาติ 2 ราย โดยหนึ่งในนั้นมีประวัติเคยถูกจับกุมในคดีลักทรัพย์ที่ สน.พญาไท เมื่อปี 2567
ต่อมาในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 บก.ทท.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่หาข่าวจนกระทั่งพบกลุ่มผู้ต้องสงสัยบริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม จึงได้ประสานความร่วมมือกับฝ่ายรักษาความปลอดภัยของ BTS เข้าแสดงตัวขอตรวจสอบผลการจับกุมและข้อหา

จากการตรวจสอบพบผู้ต้องหาสัญชาติแอลจีเรีย 2 ราย คือ:
นาย [ชื่อผู้ต้องหา 1] : ตรวจสอบพบว่าอยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) ถึง 501 วัน
นาย [ชื่อผู้ต้องหา 2] : ไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางได้
นอกจากนี้ยังตรวจพบหมวกแก๊ปจำนวน 5 ใบภายในกระเป๋าสะพาย ซึ่งคาดว่ามีไว้เพื่อใช้ในการอำพรางตัวขณะก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” และ “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งประสานข้อมูลไปยัง สน.ทองหล่อ เพื่อดำเนินการแจ้งข้อหาลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องต่อไป
