วันที่ 28 ส.ค.69 ตามที่นายยศพล เวณุโกเศศเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมลงนามข้อตกลง กับนายกิตติศักดิ์ วรรณแก้ว รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้บริการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภายในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ณ ห้องประชุมปทุมมาศ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569
ซึ่งทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) มีความเชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าและการบริหารจัดการพลังงาน ที่มาสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานในสถานศึกษา และสร้างต้นแบบการใช้พลังงานสะอาด โดย PEA จะดำเนินการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ในรูปแบบติดตั้งบนหลังคาให้กับวิทยาลัยในสังกัด สอศ. เพื่อลดค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้าในวิทยาลัยนั้น

สอศ.ชี้แจงกรณีโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในสถานศึกษา 230 แห่ง ระบุขณะนี้ยังอยู่ระหว่างจัดทำ TOR และยังไม่มีการอนุมัติงบประมาณ ย้ำกรอบ 500,000 บาทต่อแห่งเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น ไม่ใช่การโอนงบ พร้อมขอให้สถานศึกษายึดข้อมูลจากทางราชการเป็นหลัก
จากกรณีมีผู้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จำนวน 230 แห่งนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ สอศ.ได้ชี้แจงข้อเท็จจริง โดยมีสาระสำคัญว่า โครงการดังกล่าวยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ยังไม่มีการจัดทำรายละเอียดคุณลักษณะหรือขอบเขตของงาน หรือ TOR และยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแต่อย่างใด
สอศ.ขอชี้แจงให้ทราบว่าตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์เพื่อช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและบรรเทาผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ประกอบกับในปัจจุบันสถานศึกษาอาชีวศึกษาประสบปัญหาค่าไฟฟ้าที่สูง จากการจัดการเรียนการสอน ส่งผลกระทบต่องบประมาณในการพัฒนาการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ดำเนินโครงการจัดการพลังงานไฟฟ้าระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภายในวิทยาลัยสังกัด สอศ. จำนวน 203 แห่ง ร่วมกับหน่วยงานการไฟฟ้า (กฟภ. และ กฟน.) และได้จัดทำโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำหรับสถานศึกษาส่วนที่เหลืออีกจำนวน 230 แห่ง
โดยโครงการฯ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อขยายโอกาสให้สถานศึกษาที่มิได้อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย หรือยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการด้านการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กับหน่วยงานการไฟฟ้าแห่งใด ได้มีการดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ในสถานศึกษาเพื่อเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนและบุคลากร รวมถึงประชาชนทั่วไปที่เข้ามารับการศึกษาอบรมในหลักสูตรระยะสั้นและช่วยทำให้ค่าใช้จ่ายด้านการใช้พลังงานไฟฟ้าของสถานศึกษาลดลง โดยอย่างน้อยในอาคารเรียน ซึ่งมีเครื่องจักรเครื่องกล ครุภัณฑ์การเรียนการสอน หรืออาคารสำนักงานที่มีการใช้เครื่องปรับอากาศช่วงเวลากลางวัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายการส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาด และลดค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้าของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากการประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569
นอกจากนี้สถานศึกษาจำนวน 230 แห่ง ที่ได้รับการพิจารณาให้เข้าร่วม
โครงการดังกล่าว คือ สถานศึกษา ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเป้าหมายหรือยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการด้านการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากระบบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กับหน่วยงานการไฟฟ้าแห่งใด ซึ่งปัจจุบัน สอศ.มีสถานศึกษา (รัฐ) ในสังกัดจำนวน 433 แห่ง โดยในจำนวนนี้ เข้าร่วมโครงการและเป็นกลุ่มเป้าหมายโครงการด้านการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำนวน 188 แห่ง และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จำนวน 15 แห่ง
ทั้งนี้ในการดำเนินงานโครงการ สอศ.วางแผนที่จะจัดสรรงบประมาณให้กับสถานศึกษาเป็นงบประมาณรายจ่ายลงทุน รายการค่าครุภัณฑ์ เพื่อให้ถูกต้องตามหลักจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ โดยแจ้งให้สถานศึกษาทราบล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินงาน กรณีการแจ้งกรอบวงเงินงบประมาณ จำนวน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ต่อแห่ง ไม่ได้มีเจตนาหรือมีความมุ่งหมายที่จะหลบเลี่ยงวิธีการจัดซื้อจัดจ้างตามที่มีการ
กล่าวหา แต่เนื่องจากต้องพิจารณาความเหมาะสมในด้านกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน โดยการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จะต้องมีการก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 และ กรอบงบประมาณในภาพรวมของ สอศ.ที่มีจำกัด หากดำเนินการในกรอบวงเงินที่สูงมาก อาจทำให้จำนวนสถานศึกษาที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการมีจำนวนลดลง และทำให้สถานศึกษาทุกแห่งไม่ได้เข้าร่วมโครงการตามเป้าหมาย ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำในภาพรวม
การกำหนดวงเงินได้คำนึงถึงถึงเหตุผลทางเทคนิคเป็นสำคัญ ประกอบกับแต่ละสถานศึกษามีหน่วยเบิกจ่ายแยกจากกัน มีบริบท พื้นที่ อาคาร และความต้องการพลังงานต่างกัน การกำหนดคุณลักษณะจึงแตกต่างกันตามความต้องการทางเทคนิคเฉพาะแต่ละแห่ง ดังนั้น การจัดซื้อจัดจ้างจึงเป็นคนละครั้ง คนละหน่วยงานเบิกจ่าย ไม่ใช่เจตนาหลีกเลี่ยงวิธีประกวดราคาแต่อย่างใด อีกทั้ง สอศ.ยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำร่างคุณลักษณะเฉพาะครุภัณฑ์การศึกษา (ฉบับกลาง) เพื่อทำหน้าที่ให้การพิจารณาความเหมาะสมของครุภัณฑ์ที่จะนำมาใช้ในการดำเนินงานโครงการรวมถึงรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของครุภัณฑ์นั้น (สเปกกลาง) ให้มีความรอบคอบและเหมาะสมตามวัตถุประสงค์ โดยขณะนี้การดำเนินการจัดทำคุณลักษณะเฉพาะของครุภัณฑ์นั้นยังไม่แล้วเสร็จและยังไม่มีข้อยุติว่าครุภัณฑ์นั้นจะมีลักษณะออกมาเป็นอย่างใดและมีรายละเอียดอย่างไร เนื่องจากการจัดทำร่างคุณลักษณะเฉพาะครุภัณฑ์การศึกษาจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานของหน่วยงานที่กำกับดูแล เช่น กฟภ./กฟน./กฟผ. หรือมาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ดังนั้นโครงการนี้ในปัจจุบันยังอยู่ระหว่างดำเนินการของคณะกรรมการจัดทำร่างคุณลักษณะเฉพาะครุภัณฑ์การศึกษา (ฉบับกลาง) ซึ่งยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ จึงยังไม่ได้รับการอนุมัติให้จัดสรรงบประมาณจากเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.)
การจัดสรรงบประมาณจะดำเนินการก็ต่อเมื่อคุณลักษณะเฉพาะครุภัณฑ์การศึกษา (ฉบับกลาง) ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นและได้รับอนุมัติจากเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาแล้วเท่านั้น ตามภาพข่าว ที่ปรากฏหนังสือสำนักนโยบายและแผนการอาชีวศึกษา ด่วนที่สุด ที่ ศธ 0406/261 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2569 จึงเป็นเพียงหนังสือแจ้งเกี่ยวกับรายชื่อสถานศึกษาที่พิจารณาให้เข้าร่วมโครงการ แนวทางและรายละเอียดของโครงการฯ โดยยังไม่ได้เป็นการแจ้งการโอนจัดสรรงบประมาณแต่อย่างใด
ส่วนกรณีมีบริษัท ห้าง ร้าน หรือผู้ประกอบการรายใด เข้าไปแอบอ้างหรือเสนอให้สถานศึกษาดำเนินการใด ๆ ถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้สถานศึกษาอย่าหลงเชื่อ โดยขอให้สถานศึกษายึดถือหนังสือแจ้งจาก สอศ.ของทางราชการเท่านั้น
