กสม. คัดค้านการใช้ประวัติการต้องโทษของบุคคลในครอบครัว เพื่อพาดพิงและลดทอนความชอบธรรมของผู้ตรวจสอบการทำงานของรัฐ

แถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)

เรื่อง กสม. คัดค้านการใช้ประวัติการต้องโทษของบุคคลในครอบครัว เพื่อพาดพิงและลดทอนความชอบธรรมของผู้ตรวจสอบการทำงานของรัฐ

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนโดยกล่าวตอบโต้ทนายความผู้หนึ่งซึ่งออกมาตั้งคำถามและเร่งรัดการดำเนินคดีกรณีที่ดินเขากระโดง และเปิดเผยถึงประวัติการต้องโทษของบิดาและมารดาทนายความผู้นั้น

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เห็นว่า การนำประวัติการถูกจับกุมและต้องโทษของบุคคลในครอบครัวมาเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อตอบโต้ผู้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐ ย่อมกระทบต่อสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัว ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 32 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ข้อ 17 ให้ความคุ้มครอง นอกจากนี้ประวัติอาชญากรเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ แม้จะกล่าวในลักษณะยกตัวอย่าง ก็มิอาจลบล้างผลของการเปิดเผยที่เกิดขึ้นแล้วต่อสาธารณะได้ กสม. ขอยืนยันหลักการว่าบุคคลย่อมรับผิดชอบเฉพาะการกระทำของตนเอง ไม่มีผู้ใดสมควรถูกตีตราหรือถูกลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จากการกระทำของบุพการี

ยิ่งไปกว่านั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้กำกับดูแลกรมราชทัณฑ์และกรมคุมประพฤติ ซึ่งมีภารกิจโดยตรงในการแก้ไขฟื้นฟูและคืนผู้ต้องขังกลับสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี ตามข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง (ข้อกำหนดแมนเดลา) การที่ผู้บริหารสูงสุดของกระทรวงใช้ถ้อยคำในทางลบต่อผู้ต้องโทษจำคุกต่อสาธารณะ ย่อมมีผลเป็นการตอกย้ำการตีตราผู้ต้องขัง ผู้พ้นโทษ และครอบครัวของบุคคลเหล่านั้น และไม่สอดคล้องกับภารกิจของกระทรวง

กสม. เห็นว่าการตั้งคำถามและเร่งรัดการทำงานของหน่วยงานรัฐเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและสิทธิในการตรวจสอบภาครัฐของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 34 และมาตรา 41 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ข้อ 19 ซึ่งรับรองสิทธิในเสรีภาพทางความคิดและการแสดงออก และสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะ

กสม. จึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่กระทำการในลักษณะดังกล่าวอีก และพิจารณาแสดงความรับผิดชอบต่อบุคคลและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งขอให้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลกำชับให้คณะรัฐมนตรีเป็นแบบอย่างในการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และขอให้สื่อมวลชนและสาธารณชนใช้ความระมัดระวังในการเผยแพร่ซ้ำข้อมูลส่วนบุคคลของครอบครัวผู้เกี่ยวข้อง

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 26 สิงหาคม 2569

About The Author

Related posts