วันที่ 23 ส.ค.69 พ.ต.ต.ปภาวิน ดอนมูลไพร สว.(สอบสวน) สน.พญาไท รับแจ้งเหตุชายผูกคอตายบนเสาไฟฟ้า เหตุเกิดหลัง รพ.รามาธิบดี ถนนกำแพงเพชร 5 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. รุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรนิติเวช รพ.รามาธิบดี และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุหลังอาคารเก็บศพอาจารย์ใหญ่ของโรงพยาบาล ที่นอกรั้วโรงพยาบาลที่เสาไฟฟ้าความสูงประมาณ 10 เมตร ตั้งริมฟุตบาธ เลขลำดับเสาต้นที่ 35 พบศพนายทองคำ มูลต๊า อายุ 67 ปี ใส่เสื้อเชื้ตแขนสั้น ลายสก็อตขาวแดงดำ กางเกงขาสั้น สีดำ
ใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอตัวเองกับยอดเสาไฟห้อยโตงเตง ร่างสูงกับพื้นประมาณ 5 เมตร ให้มูลนิธิใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือที่สูงนำศพลงมาชันสูตร เสียชีวิตมาแล้ว10-12 ชม. พบเงินติดตัวประมาณ 1 พันบาท ใกล้ที่เกิดเหตุพบจักรยานของผู้ตายล้มอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ที่จักรยานพบแผงลอตเตอรี่แต่ไม่มีใบลอตเตอรี่

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายทองคำมีอาชีพขายลอตเตอรี่ปั่นรถจักรยานอยู่ในย่านที่เกิดเหตุ ก่อนมีพลเมืองดีจอดรถพักผ่อนตรงจุดเกิดเหตุเงยหน้าขึ้นมองพบภาพชายสูงอายุผู้คอตายอยู่บนเสาไฟดังกล่าวรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ
ต่อมามีนางขวัญใจ มูลต๊า อายุ 57 ปี ภรรยานายทองคำ เมื่อทราบข่าวร้าย เดินทางมาจากบ้านพักในซอยเพชรบุรี 5 เมื่อเห็นสามีผูกคอตายร้องไห้ บรรยากาศเศร้าอย่างน่าเวทนา กล่าวว่า ตนอยู่กินกับนายทองคำ 30กว่าปี มีลูกชายหญิง 2 คน ตนขายข้าวมันไก่ใกล้ที่พัก สามีมีอาชีพขายลอตเตอรี่ ปั่นรถจักรยานขาย ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นตำรวจ ถ้าจอดขายประจำที่ สน.พญาไท พบเห็นสามีเมื่อช่วงเย็นที่บ้านพัก พอตนขายอาหารหมดกับถึงที่พักประมาณ 22.00 น. คืนที่ผ่านมาไม่เห็นสามีแล้ว โทรก็ไม่สาย คิดว่าไปนั่งสมาธิที่วัดสวนแก้ว(พระพยอม) จ.นนทบุรี เพราะชอบ

นางขวัญใจกล่าวด้วยความเศร้าอีกว่า เราอยู่ด้วยกันก็มีทะเลาะกันบ้างตามประสาผัวเมียทั่วไป มีโรคประจำตัวทั่วไปตามประสาคนแก่ สามีจิตใจดีทำเรื่องบริจาคร่างให้สภากาชาดไทย ถ้าเสียชีวิต ไม่ดื่มเหล้า แต่สูบบุหรี่หนัก งวดหวยที่ผ่านมาขายหวยหมดแต่ลูกค้าส่วนใหญ่จ่ายเงินเชื่อ บางครั้งเครียดเก็บเงินค่าหวยไม่ได้ รายละ 2-3 พัน หลายราย หวยก็แพง ถึงวันนี้ยังไม่ได้ไปซื้อหวยมาขายจะสิ้นเดือนหวยงวดใหม่จะออกอีกแล้วอาจเครียด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า นายทองคำน่าจะเครียดเก็บเงินลูกค้าหวยไม่ได้ ไม่มีเงินซื้อหวยงวดใหม่ขาย จะสอบสวนภรรยาและญาติเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง ก่อนให้มูลนิธินำศพส่งสภากาชาดไทย ตามความประสงค์ของผู้เสียชีวิตต่อไป

