กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองกำกับการ 1 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. และ พ.ต.อ.ศตวรรษ บุญมี ผกก.1 บก.ปพ. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุมตัว นายธนวรรธน์ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัดนครสวรรค์ ที่ 556/2569 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตัวเป็นคนอื่น และร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อเจตนาที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”

สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนหน้าบ้านเลขที่ 131 หมู่ที่ 14 ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น
การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. มิจฉาชีพได้โทรศัพท์หาผู้เสียหายโดยอ้างว่าเป็น “บุตรเขย” แจ้งว่ามีพนักงานจากการไฟฟ้าติดต่อมาเรื่องมิเตอร์ไฟฟ้ามีปัญหา พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโทรไปตามหมายเลขดังกล่าว มีกลุ่มคนร้ายทั้งชายและหญิงสลับกันรับสาย อ้างว่าจะมีช่างเข้ามาเปลี่ยนมิเตอร์ให้ในวันถัดไป และแจ้งว่าผู้เสียหายมีสิทธิ์ได้รับเงินประกันและเงินมัดจำคืนเป็นจำนวน 6,274.84 บาท
ต่อมาเมื่อผู้เสียหายแจ้งว่าทำรายการไม่เป็น มิจฉาชีพจึงใช้อุบายให้เรียกหลานมาช่วย โดยส่ง QR Code สำหรับเพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชันไลน์ โปรไฟล์ชื่อ “ไอซ์ วทัญญา บุญพาสุข” พร้อมส่งรูปบิลค่าไฟและ QR Code ที่มีตราสัญลักษณ์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมาให้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

จากนั้น คนร้ายได้ใช้วิธีวิดีโอคอลเพื่อสั่งการ โดยหลอกให้ผู้เสียหายเปิดแอปพลิเคชันธนาคารออมสิน สั่งให้เปลี่ยนเมนูใช้งานเป็นภาษาอังกฤษ แล้วให้สแกน QR Code พร้อมกดยืนยัน และทำการสแกนใบหน้าถึง 2 ครั้ง ด้วยความที่ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ ผู้เสียหายจึงยอมทำตามขั้นตอน ก่อนที่คนร้ายจะสั่งให้ปิดเครื่องโทรศัพท์ทันที โดยอ้างว่าอยู่ระหว่างรอระบบประมวลผล
ภายหลังปิดเครื่องไปได้สักพัก ผู้เสียหายเริ่มสงสัยจึงเปิดเครื่องเพื่อตรวจสอบเงินในบัญชี แต่ปรากฏว่าไม่สามารถเข้าใช้งานแอปพลิเคชันธนาคารออมสินได้ จึงเดินทางไปสอบถามที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอตากฟ้า เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีพนักงานชื่อดังกล่าวจริง แต่ไม่ใช่บุคคลตามรูปโปรไฟล์ในไลน์ ทำให้ผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง
ผู้เสียหายได้รีบโทรศัพท์แจ้งสายด่วน 1441 เพื่อขอระงับบัญชี และพยายามติดต่อคนร้ายแต่ถูกตัดสายและไม่อ่านข้อความ ก่อนเดินทางไปยังธนาคารเพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางบัญชีและกู้คืนการใช้งานแอปพลิเคชัน จนพบว่าเงินในบัญชีถูกโอนออกไปยังบัญชีต่างธนาคารรวม 2 รายการ ได้แก่:
หมายเลขบัญชี ชื่อบัญชี นายธนวรรธน์ ชนะสิ และ หมายเลขบัญชี ชื่อบัญชี นางสาวกุลชญา หนุ่มรักชาติ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 1,640,000 บาท

หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้รวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ กระทั่งพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานยื่นขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ นายธนวรรธน์ (ผู้ต้องหา) พบว่า ภายหลังจากที่เงินของผู้เสียหายถูกโอนเข้าสู่บัญชีธนาคารของนายนายธนวรรธน์ แล้ว ได้มีการทำรายการโอนเงินออกจากบัญชีดังกล่าวเพื่อชำระค่าทองคำให้แก่ร้านทองแห่งหนึ่งภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น พนักงานสอบสวนจึงเชื่อว่า บัญชีธนาคารดังกล่าวมีการทำธุรกรรมและใช้จ่ายโดยตัวผู้ต้องหาเอง อันแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์และการมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด พนักงานสอบสวนจึงเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในคดีนี้

หลังจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.1 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ได้จับกุม นางสาวกุลชญา ผู้ต้องหารายที่ 1 ได้เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลตามจับกุมผู้ต้องหารายสุดท้ายได้แล้ว ที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น โดย ชุดสืบสวน กก.1 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ได้แกะรอยจนสืบทราบว่า นายธนวรรธน์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับรายที่ 2 ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ 14 ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น จึงนำกำลังไปวางแผนเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบบุคคลที่มีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับกำลังเดินอยู่บริเวณริมถนนหน้าบ้านในพื้นพื้นที่ หมู่ที่ 14 ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมแสดงหมายจับและแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ
เบื้องต้น นายธนวรรธน์ ยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งสิทธิ์ตามกฎหมาย พร้อมควบคุมตัวไปทำบันทึกการจับกุมที่ สภ.น้ำพอง ก่อนประสานส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายธนวรรธน์ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนได้รับการชักชวนให้ทำงานเสริมผ่านทาง Facebook ต่อมาได้มีการติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน Line โดยบุคคลดังกล่าวเสนอขอเช่าบัญชีธนาคารของตนเพื่อแลกกับค่าตอบแทน และได้นัดหมายให้ไปพบที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น เมื่อเดินทางไปถึง ได้มีบุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ที่นัดหมายเข้ามาพบ และพานั่งรอที่บริเวณหน้าธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาเซ็นทรัล ขอนแก่น ระหว่างนั้นบุคคลดังกล่าวได้คอยสอบถามข้าพเจ้าอยู่ตลอดเวลาว่ามีเงินโอนเข้ามาในบัญชีหรือยัง จนกระทั่งเวลาประมาณ 17:00 น. ได้มีเงินโอนเข้ามาในบัญชีของตนเป็นจำนวน 1,000,000 บาท บุคคลดังกล่าวจึงแจ้งให้ไปดำเนินการถอนเงินสด แต่เนื่องจากธนาคารปิดทำการแล้ว จึงไม่สามารถถอนเงินสดได้ บุคคลดังกล่าวจึงพาตนนำเงินจำนวน 1,000,000 บาท ดังกล่าวไปซื้อทองคำแทน เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ บุคคลดังกล่าวได้มอบเงินสดให้จำนวน 4,000 บาท เป็นค่าตอบแทน ก่อนจะแยกย้ายกันไป หลังจากนั้นอีก 2 วัน นายธนวรรธน์ พบว่าบัญชีธนาคารของตนเองถูกอายัด และได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากฟ้า ให้ไปพบเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ข้าพเจ้าไม่ได้เดินทางไปตามนัดหมาย เนื่องจากไม่คิดว่าจะมีความรุนแรงถึงขั้นถูกดำเนินการออกหมายจับ
