กรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง เผยแพร่เรื่องราวผ่านกลุ่ม “Grab Car Driver club Thailand” หรือเล่าเหตุการณ์ว่า พบนักท่องเที่ยวชายชาวญี่ปุ่นวิ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือ หลังถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ และถูกชิงทรัพย์ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 20.30 น. วันที่ 12 ส.ค. 69 บริเวณสถานีรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน ซอยอโศก – ดินแดง 30 แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม.

เจ้าของโพสต์ ระบุว่า ตนเข้าไปให้ความช่วยเหลือชายชาวญี่ปุ่น และพาตัวส่งโรงพยาบาลกรุงเทพเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ
นอกจากนี้ เจ้าของโพสต์เล่าอีกว่า บริเวณดังกล่าวเคยเกิดเหตุในลักษณะคล้ายกันมาก่อน ตนเป็นไรเดอร์ และเคยไปจอดรถแวะพักบริเวณจุดเกิดเหตุ เคยถูกกลุ่มวัยรุ่นขว้างก้อนหินใส่จนได้รับบาดเจ็บมาแล้ว นำเรื่องราวมาโพสต์เตือนเพื่อนร่วมอาชีพ รวมถึงผู้ที่ต้องสัญจรผ่าน ให้เพิ่มความระมัดระวัง

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 ส.ค.69 พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สนมักกะสันไปตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้งบริเวณสวนสาธารณะหลังสถานีแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์ มักกะสัน ที่สามารถทะลุออกไปยังบริเวณ ซอยอโศก – ดินแดง 30 เป็นพื้นที่รกร้าง มีเส้นทางถนนใช้วิ่งออกกำลังกายและเลนจักรยาน ผู้สื่อข่าวสอบถามพนักงานแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์และไรเดอร์ ต่างบอกว่าไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากตอนค่ำได้กลับบ้านไปแล้ว แต่ก็ยอมรับว่า ในช่วงเย็นๆจะมีบุคคลภายนอกมาอาศัยถนนดังกล่าววิ่งออกกกำลังกายในช่วงเย็น และมีคนเร่ร่อนอาศัยค่อนข้างเยอะ

พ.ต.อ.อุรัมพรกล่าวว่า จากการสอบสวนผู้เสียหายคือ นายยูกิ อายุ 43 ปี สัญชาติ ญี่ปุ่น เป็นนักท่องเที่ยว ได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย ผู้บาดเจ็บ ได้เดินหาทางขึ้นสถานีแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์ มักกะสัน และได้เดินหลงทางเข้าไปยังที่เกิดเหตุ และพยายามจะเดินออก แต่มีกลุ่มวัยรุ่น ซ้อนรถจักรยานยนต์ คันละ 3 คน จำนวน 2 คัน ขี่มาจากทางปากซอย อโศก – ดินแดง 30 เข้ามายังผู้บาดเจ็บ แล้วพูดว่า “มันนี่ มันนี่” ก่อนผู้บาดเจ็บตอบกลับไปว่า “ไม่มี ไม่มี” กลุ่มคนร้ายจึงเข้ามาล็อคตัว และใช้ก้อนหินขนาดประมาณกำปั้น ทุบมาที่หลังศีรษะ 3 ครั้ง และต่อยปาก 1 ครั้ง ผู้บาดเจ็บตกใจมากจึงรีบวิ่งออกจากที่เกิดเหตุมายังปากซอยอโศก – ดินแดง 30 และพบกับพลเมืองดี(ผู้โพสต์)ให้การช่วยเหลือ เบื้องต้นมีบัตรเครดิตหายไป 1 ใบ

พ.ต.อ.อุรัมพรกล่าวอีก ว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นของการรถไฟฯ และแอร์พอร์ตลิ้ง เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลค่อนข้างที่จะเปลี่ยว มืด ตำรวจได้ประสานเจ้าของที่พัฒนาตัดต้นไม้ ติดไฟให้สว่าง เนื่องจากจะมีวัยรุ่นเข้ามามั่วสุม ให้เจ้าหน้าที่ป้องกันออกตรวจประจำ
ทั้งนี้ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งหาภาพหลักฐานจากวงจรปิดในที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

