มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เดินหน้าติดตามข้อเท็จจริงกรณีทารกเสียชีวิตหลังคลอดเพียง 5 วัน พร้อมเผยแม่เด็กยังอยู่ในภาวะโศกเศร้า หลังเพิ่งประกอบพิธีฌาปนกิจลูก ขณะที่ผลตรวจพบมีการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนภายในพื้นที่ ICU จริง เรียกร้องกระทรวงสาธารณสุขทบทวนมาตรการความปลอดภัยและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 27 กรกฎาคม ที่อาคารมาลีนนท์ทาวเวอร์ ภายหลังเสร็จสิ้นรายการ “โหนกระแส” นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เปิดเผยความคืบหน้ากรณีครอบครัวทารกที่เสียชีวิตหลังคลอดเพียง 5 วัน เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิฯ หลังติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของบุตร และตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดเลี้ยงรับประทานอาหารภายในพื้นที่ใกล้ห้อง ICU ของโรงพยาบาลอ่างทอง
นางปวีณา กล่าวว่า มูลนิธิฯ ได้ประสานผู้บัญชาการตำรวจ เพื่อมอบหมายรองผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้กำกับการตำรวจเข้าตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด โดยแบ่งการตรวจสอบออกเป็น 2 ประเด็น คือ การจัดเลี้ยงภายในพื้นที่ ICU และสาเหตุการเสียชีวิตของทารก

สำหรับประเด็นแรก ในช่วงแรกทางมูลนิธิฯ ไม่เชื่อว่าจะมีการจัดโต๊ะจีนภายในพื้นที่ ICU จริง จึงประสานขอตรวจสอบกล้องวงจรปิด กระทั่งพบข้อเท็จจริงว่ามีการนำโต๊ะจีนเข้าไปในพื้นที่ ICU จำนวน 3 โต๊ะ และมีโต๊ะอยู่ด้านในอีก 1 โต๊ะ
นางปวีณา ระบุว่า การจัดเลี้ยงในพื้นที่ ICU ถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสมและควรได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้รับทราบเรื่องแล้ว และเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสม พร้อมมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ

นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยในโรงพยาบาลทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดอ่างทอง เพราะแม้โรงพยาบาลส่วนใหญ่จะมีมาตรฐานที่ดี แต่หากมีบุคลากรฝ่าฝืนระเบียบ ก็ควรมีมาตรการตรวจสอบและบทลงโทษที่ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันอีก
ส่วนประเด็นการเสียชีวิตของทารก นางปวีณา กล่าวว่า ครอบครัวรับทราบคำชี้แจงจากโรงพยาบาลแล้ว และทราบมาตั้งแต่แรกว่าน้องคลอดก่อนกำหนด มีภาวะวิกฤตตั้งแต่แรกเกิด แต่ก่อนเสียชีวิตเพียง 1 วัน โรงพยาบาลแจ้งว่าอาการดีขึ้น ทำให้ครอบครัวรู้สึกคลายกังวล กระทั่งวันรุ่งขึ้นกลับได้รับแจ้งว่าน้องเสียชีวิต จึงทำให้เกิดความสงสัยว่าการเสียชีวิตเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหรือไม่ โดยเฉพาะหลังทราบเรื่องการจัดโต๊ะจีนในพื้นที่ ICU

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวยอมรับข้อมูลจากโรงพยาบาลเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต แต่ยังต้องการผลตรวจยืนยันจากโรงพยาบาลตำรวจและสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้ทราบอย่างชัดเจนว่าสาเหตุของการติดเชื้อเกิดจากอะไร แม้จะยอมรับว่าน้องมีภาวะวิกฤตมาตั้งแต่แรกเกิดก็ตาม
นางปวีณา ยังตั้งข้อสังเกตว่า ห้อง ICU ควรติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในห้อง เพื่อใช้ตรวจสอบเหตุการณ์สำคัญในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันโรงพยาบาลแห่งดังกล่าวมีกล้องเฉพาะบริเวณทางเข้าและด้านนอกห้อง ICU ทำให้สามารถเห็นเพียงภาพการนำโต๊ะจีนเข้าไป แต่ไม่สามารถตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในห้องได้
จึงเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขทบทวนการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในห้อง ICU เพื่อเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย โดยเฉพาะเด็กแรกเกิดและผู้ป่วยวิกฤต รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงหากเกิดเหตุในอนาคต
ส่วนอาการของมารดาทารก ล่าสุดยังอยู่ในภาวะโศกเศร้าหลังเพิ่งประกอบพิธีฌาปนกิจบุตร อีกทั้งมีอาการปวดท้องและมีเลือดออกทางช่องคลอด ทีมงานมูลนิธิปวีณาฯ จึงเตรียมพาเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลแห่งอื่นตามนัด โดยไม่ได้เดินทางกลับไปตรวจที่โรงพยาบาลอ่างทอง

ท้ายที่สุด นางปวีณา ฝากถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลอ่างทอง ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่ง ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด พร้อมแสดงความหวังว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก และทุกหน่วยงานจะร่วมกันยกระดับมาตรการความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้ป่วยทุกคนต่อไป.
