นักท่องเที่ยวชาวจีนวัย 54 ปี พร้อมทนายความ เข้าร้องขอความเป็นธรรมที่ สน.ทองหล่อ หลังถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชิญตัวจากสนามบิน เนื่องจากถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวังห้ามเดินทางออกนอกประเทศ จากกรณีถูกหญิงไทยแจ้งความกล่าวหาข่มขืน ก่อนอ้างว่ามีการไกล่เกลี่ยจ่ายเงิน 70,000 บาทแล้ว แต่ภายหลังกลับถูกแจ้งความซ้ำ กล่าวหาทำให้ติดเชื้อและเรียกค่าเสียหายเพิ่มอีก 150,000 บาท

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ที่ สน.ทองหล่อ นายหม่า (นามสมมุติ) อายุ 54 ปี สัญชาติจีน พร้อมล่าม และนายสิทธิโชค เปาอินทร์ อรุณฤทธิ์ถวิล ทนายความ เดินทางเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน เพื่อขอความเป็นธรรม หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชิญตัวจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมายัง สน.ทองหล่อ เนื่องจากมีการแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติม จนถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวังและไม่สามารถเดินทางออกนอกราชอาณาจักรได้
นายหม่า เปิดเผยว่า เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยเพียงลำพังตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา กระทั่งคืนวันที่ 18 กรกฎาคม ได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงย่าน RCA และรู้จักกับหญิงไทยอายุ 36 ปี ก่อนนั่งดื่มสุราด้วยกัน และย้ายไปดื่มต่ออีกแห่งในย่านเดียวกัน
นายหม่า อ้างว่า ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน ฝ่ายหญิงได้ชักชวนให้ดื่มสุรา รับประทานอาหาร และทดลองสูดก๊าซหัวเราะ ซึ่งตนไม่เคยใช้มาก่อน โดยระหว่างทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงนั่งดื่มที่ร้าน หรือหลังจากเดินทางไปถึงโรงแรม ฝ่ายหญิงมีพฤติกรรมใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพ ถ่ายคลิปวิดีโอ และบันทึกเสียงอยู่เป็นระยะตลอดเวลา แต่ในขณะนั้นตนไม่ได้เอะใจ คิดว่าเป็นการถ่ายเล่นทั่วไป

ต่อมา หลังจากสูดก๊าซหัวเราะเข้าไป ตนเกิดอาการมึนศีรษะอย่างหนัก แตกต่างจากอาการเมาสุราปกติ รู้สึกไม่มีแรง เดินแทบไม่ไหว จึงเดินเข้าห้องน้ำและต้องนั่งพักอยู่ภายในห้องน้ำเป็นเวลาหนึ่ง ก่อนที่หญิงคนดังกล่าวจะเดินเข้ามาตามและพาออกมาจากห้องน้ำ
จากนั้นฝ่ายหญิงได้เรียกรถแท็กซี่พาตนกลับโรงแรม เมื่อเดินทางถึงห้องพัก ตนได้อาบน้ำ ก่อนที่หญิงคนดังกล่าวจะเป็นฝ่ายเริ่มมีเพศสัมพันธ์กับตน โดยระหว่างอยู่ภายในห้องพัก ฝ่ายหญิงยังคงใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพ ถ่ายคลิปวิดีโอ และบันทึกเสียงเป็นระยะ ก่อนที่ตนจะหลับไป เนื่องจากอ่อนเพลียจากการดื่มสุราและสูดก๊าซหัวเราะ
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาที่ห้องพัก และทราบภายหลังว่าหญิงคนดังกล่าวได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตนในข้อหาข่มขืน
นายหม่า ระบุว่า ภายหลังทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยกัน โดยหญิงรายดังกล่าวได้นำคลิปวิดีโอ รูปภาพ และไฟล์เสียงที่บันทึกไว้มาแสดง พร้อมอ้างว่าจะดำเนินคดีหากไม่ชดใช้ค่าเสียหาย ทำให้ตนเกิดความหวาดกลัว ยินยอมจ่ายเงินจำนวน 70,000 บาท และมีการลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.ทองหล่อ โดยเข้าใจว่าเรื่องดังกล่าวได้ยุติลงแล้ว
อย่างไรก็ตาม วันนี้ซึ่งเป็นวันเดินทางกลับประเทศจีน เมื่อเดินทางไปถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชิญตัวไว้ เนื่องจากตรวจพบว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมที่ สน.ทองหล่อ และมีการขึ้นบัญชีเฝ้าระวังไม่ให้ออกนอกราชอาณาจักร
นายหม่า อ้างว่า หญิงคนเดิมได้เข้าแจ้งความเพิ่มเติม กล่าวหาว่าติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์กับตน และเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มอีก 150,000 บาท รวมกับเงินที่จ่ายไปก่อนหน้านี้เป็นจำนวน 220,000 บาท ทำให้ตนไม่สามารถเดินทางกลับประเทศจีนได้ จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน เพื่อขอความเป็นธรรม พร้อมยืนยันว่าตนตกเป็นผู้เสียหาย และต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างเป็นธรรม

ด้านนายสิทธิโชค เปาอินทร์ อรุณฤทธิ์ถวิล ทนายความของนายหม่า เปิดเผยว่า ลูกความเห็นว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยและลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว แต่กลับถูกแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมจนไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ จึงนำเรื่องเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน พร้อมขอให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ทั้งภาพ คลิปวิดีโอ ไฟล์เสียง รวมถึงพยานแวดล้อมทุกด้านอย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ โดยข้อกล่าวหาและคำชี้แจงทั้งหมดเป็นข้อมูลที่แต่ละฝ่ายกล่าวอ้าง ซึ่งยังต้องรอการตรวจสอบพยานหลักฐาน ผลการสอบสวน และกระบวนการยุติธรรม เพื่อสรุปข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
