ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการ “ทลายอาณาจักรทุนจีนนอมินี”ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องยกขบวนการ ยึดอสังหาฯ รวมกว่า 1,275 ล้านบาท

เวลา 14.00 น. วันที่ 22 ก.ค.69 ที่ ห้องประชุมชัยจินดา ชั้นสอง อาคารประชาอารักษ์ บช.ก. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. แถลงผลปฏิบัติการ “ทลายอาณาจักรทุนจีนนอมินี” ล้างบางทั้งขบวนการ-ยึดอสังหาริมทรัพย์รวมกว่า 1,275 ล้านบาท

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการ “ทลายอาณาจักรทุนจีนนอมินี”ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องยกขบวนการ ยึดอสังหาฯ รวมกว่า 1,275 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัยผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ   จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ,พ.ต.อ.นิตติโชติ เพ็ญจำรัส รอง ผบก.ปอศ.,พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ รอง ผบก.ปอศ.,พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ.,พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ.,พ.ต.ท.วีระศักดิ์ ติระพัฒน์, พ.ต.ท.ภาคิน ไกรกิติชาญ, พ.ต.ท.สมชาย ศรพล และ พ.ต.ท.อภิชา เทพจันทร์ รอง ผกก.4 บก.ปอศ.

เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ นำโดย พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ มอญรัฐ, พ.ต.ท.วรวุฒิ คงรักษา, พ.ต.ท.สาธิตหาวงษ์ชัย สว.กก.4 บก.ปอศ. และ พ.ต.ท.ไตรรงค์ หน่วยตุ้ย สว.กก.4 บก.ปคม. ช่วยราชการ กก.4บก.ปอศ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ.

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้รับข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ประกอบกับได้รับแจ้งเบาะแสการร้องเรียนจากประชาชนซึ่งพักอาศัยอยู่ย่าน ถ.พัฒนาการ และถ.กรุงเทพกรีฑา ว่ามีชาวจีนพักอาศัยในหมู่บ้านหรูสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้พักอาศัยใกล้เคียง จึงได้ดำเนินการเข้าตรวจสอบใน 5 หมู่บ้าน พบการจัดตั้งบริษัท โดย น.ส.ปิยนุชฯ และนางสาครฯ มารดา จากการสืบสวนพบว่ามี นายห่าว เติ้ง(Mr.Hao Deng) สัญชาติจีน เป็นผู้สั่งการโดยใช้สำนักงานกฎหมายในการจัดตั้งบริษัท รวม 33 บริษัท และเข้าถือครองบ้านพักในหมู่บ้าน จำนวน 33 หลัง มูลค่ากว่า 1,275 ล้านบาท

ตรวจยึดพยานหลักฐานสำคัญ ประกอบด้วยโฉนดที่ดิน 3 ฉบับ, สัญญาซื้อขาย/เอกสารสิทธิ์ 30 ชุด,หนังสือเดินทาง(หลายสัญชาติ) 15 เล่ม, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวม 13 รายการ, วัตถุคล้ายธนบัตรไทยและต่างประเทศ จำนวนรวมประมาณ 1.4 ล้านบาท, สัญญาเช่าบ้าน ใบเสร็จรับเงิน เอกสารบริษัท/เอกสารงบการเงิน 24 ชุด และตราประทับบริษัท 6 ชิ้น

พฤติการณ์แห่งคดี จากข้อมูลการสืบสวนพบว่า กลุ่มคนต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน มีความต้องการที่จะครองครองอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะบ้านพักอาศัยในประเทศไทย เพื่อเป็นที่พักอาศัยหรือปล่อยเช่าในหมู่ชาวจีนด้วยกันเอง นายห่าว เติ้ง ซึ่งเป็นบุคคลสัญชาติจีนกับพวก ทราบถึงความต้องการดังกล่าว จึงได้ร่วมกันกับ น.ส.ปิยนุชฯ คนสนิท และนางสาครฯ มารดา ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในลักษณะอำพรางกว่า 33 บริษัท โดยมีสำนักงานทนายความและบริษัทรับทำบัญชีแห่งหนึ่งเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งด้านการดำเนินการจดทะเบียนต่อ     นายทะเบียน จากนั้นได้ใช้บริษัทที่ได้จดทะเบียนขึ้นดังกล่าวข้างต้นจัดซื้อบ้านพักหรู จำนวน 33 หลัง ในหมู่บ้านจำนวน 3 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ ถ.พัฒนาการ และ ถ.กรุงเทพกรีฑา ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ทุนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและการชำระค่าบ้านพักข้างต้น ล้วนเป็นเงินทุนของนายห่าว เติ้งทั้งสิ้น กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปอศ. จึงได้ทำการตรวจสอบสืบสวนนำไปสู่การตรวจค้นขยายผล ระหว่างวันที่ 26 มิถุนายน 2569 – 7 กรกฎาคม 2569 จำนวน 20 จุด จากนั้นได้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน สอบสวนพยานผู้เกี่ยวข้อง บริษัทรับทำบัญชี รวมถึง บริษัทเอเจนซี่ ที่ดำเนินการเกี่ยวปล่อยเช่าบ้าน พบรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการครั้งนี้ ดังนี้

1. จัดตั้งบริษัทโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทน (นอมินี) เพื่อซื้อหรือจองบ้านโดยใช้เงินทุนของนายห่าว เติ้ง (จำนวน 2 หลัง)

2. เมื่อมีลูกค้าชาวจีนเข้ามาติดต่อเพื่อซื้อบ้านหรู จะดำเนินการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัทโดยให้คนจีนเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นกรรมการ เพื่อครอบครองซื้อบ้าน (จำนวน 3 หลัง)

3. จัดตั้งบริษัทโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี แล้วใช้เงินทุนของนายห่าว เติ้ง ซื้อบ้าน จากนั้นให้บริษัทเอเจนซี่ซึ่งเป็นบริษัทคนจีนหาลูกค้าเพื่อเช่าหรือขาย (จำนวน 28 หลัง)

    ทั้งนี้ จากการตรวจค้นพบเอกสารสำคัญคือ เอกสารการโอนลอยหุ้นของบริษัท จำนวน 30 ชุดซึ่ง น.ส.ปิยนุชฯ และนางสาครฯ ลงนามไว้ เตรียมพร้อมที่จะดำเนินการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นบริษัท โดยมีนายห่าว เติ้ง เป็นผู้สั่งการ แสดงให้เห็นว่าบุคคลทั้งสองถูกนายห่าว เติ้ง นำชื่อและเอกสารประจำตัวมาดำเนินการในการจัดตั้งบริษัทเท่านั้น ทั้งที่ความเป็นจริง ทุนการจดทะเบียน การชำระเงินจองค่าบ้านพัก ล้วนเป็นของนายห่าว เติ้ง ทั้งสิ้น

ทางคดีในเบื้องต้นพบว่ากลุ่มขบวนการดังกล่าว ได้กระทำผิดฐานนอมินีตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 และเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งในการดำเนินการ ทาง บก.ปอศ. จะได้รายงานผลการสืบสวนสอบสวนไปยังกรมที่ดิน เพื่อดำเนินการจำหน่ายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กก.4 บก.ปอศ. จะดำเนินการสืบสวนขยายผลเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทราบถึงการใช้ตัวแทนอำพรางในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ในทำเลอื่นๆ เพื่อนำตัวการที่แท้จริงทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาลงโทษทางกฎหมาย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.วรวุฒิ คงรักษา สว.กก.4 บก.ปอศ. หมายเลขโทรศัพท์ 08 24818813

ตำรวจสอบสวนกลางขอเตือนภัยถึงพี่น้องประชาชนว่า การยินยอมให้นำชื่อไปใช้เป็น “นอมินี” หรือตัวแทนอำพรางเพื่อถือหุ้นหรือครอบครองอสังหาริมทรัพย์แทนคนต่างชาติ ถือเป็นความผิดกฎหมายร้ายแรงตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 – 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังเป็นการเปิดช่องให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาแย่งอาชีพคนไทย ซึ่งทาง บช.ก. จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเด็ดขาดต่อไป

 

 

About The Author

Related posts