บช.ปส. เอกซเรย์ชุมชนริมคลองพระโขนง จับผู้ค้ารายย่อย 3 ราย เดินหน้า “ชุมชนปลอดภัย” ถอนรากเครือข่ายยาเสพติด

บช.ปส. สนธิกำลัง บช.น. ป.ป.ส. DSI กทม. และ ศรภ. เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นชุมชนริมคลองพระโขนง เขตคลองเตย จับผู้ค้ารายย่อย 3 ราย ยึดยาไอซ์ 3.3 กรัม พร้อมขยายผลถึงผู้บงการ มอบเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ 19 ราย ย้ำเป้าหมายสร้าง “ชุมชนปลอดภัย” ตัดวงจรยาเสพติดอย่างยั่งยืนเ

มื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ภายใต้นโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร.), พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. และ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระสำคัญของชาติ

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์, พล.ต.ต.ธนรัชต์ สอนกล้า, พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 (ผบก.ปส.1) และภาคีเครือข่าย ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), กรุงเทพมหานคร (กทม.) และศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ร่วมแถลงผลการเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นชุมชนริมคลองพระโขนง เขตคลองเตย ภายใต้โครงการ “ชุมชนปลอดภัย” พร้อมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนและมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุเปราะบางจำนวน 19 ราย

กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ขับเคลื่อนโครงการ “ชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน” เพื่อบูรณาการการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในระดับชุมชน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแสผู้ค้ายาเสพติด และป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ควบคู่กับการปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในชุมชน ทั้งการติดตั้งไฟส่องสว่าง กล้องวงจรปิด (CCTV) และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชน เพื่อยกระดับความปลอดภัย ลดโอกาสเกิดอาชญากรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนในพื้นที่

นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 เป็นต้นมา บช.ปส. ได้ดำเนินโครงการแล้ว 5 ชุมชน ครอบคลุม 726 ครัวเรือน ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 3,500 คน ติดตั้งกล้องวงจรปิด 36 จุด ไฟส่องสว่าง 40 จุด และสามารถจับกุมผู้ค้ารายย่อยและผู้เสพในพื้นที่ได้กว่า 60 ราย แม้หลายพื้นที่จะประสบผลสำเร็จ แต่ยังพบการแพร่ระบาดของยาเสพติดในบางชุมชน จึงเดินหน้าสู่โครงการ “ชุมชนปลอดภัย” เพื่อบูรณาการกำลังเข้าปิดล้อม ตรวจค้น และกดดันเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นชุมชนริมคลองพระโขนง ซึ่งมีบ้านเรือนกว่า 244 หลังคาเรือน ประชากรราว 1,100 คน สามารถจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยได้ 3 ราย พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 3.3 กรัม และยาบ้ากว่า 10 เม็ด นอกจากนี้ยังพบผู้เสพอีก 1 ราย ซึ่งถูกส่งเข้าสู่กระบวนการบำบัด ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 1 ราย หลบหนีการจับกุม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การว่ายาเสพติดที่นำมาจำหน่ายซื้อมาจากบุคคลในพื้นที่ใกล้โรงงานเฟอร์นิเจอร์ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลไปยังผู้ค้ารายใหญ่ โดยขณะนี้ทราบตัวบุคคลเป้าหมายแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ท.อาชยน กล่าวว่า โครงการ “ชุมชนปลอดภัย” เป็นการต่อยอดจากโครงการ “ชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน” โดยขยายความร่วมมือระหว่างตำรวจ หน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และประชาชน ไปยังพื้นที่ที่ยังมีการแพร่ระบาดของยาเสพติด เพื่อยกระดับมาตรการเชิงรุกในการป้องกัน ปราบปราม และสกัดกั้นเครือข่ายยาเสพติด พร้อมสร้างกลไกให้ประชาชนสามารถเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาได้อย่างยั่งยืน

“เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่คือการรักษาพื้นที่ปลอดภัยให้คงอยู่กับประชาชนในระยะยาว ทำให้ชุมชนสามารถลุกขึ้นมาปกป้องบ้านของตนเอง เด็กและเยาวชนเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดจากยาเสพติด และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน นี่คือหัวใจสำคัญของโครงการชุมชนปลอดภัย และเป็นเป้าหมายที่ บช.ปส. จะเดินหน้าขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง” พล.ต.ท.อาชยน กล่าว

ภายหลังการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชน สอบถามความเป็นอยู่ของประชาชน พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่ผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุเปราะบางจำนวน 19 ราย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 191, สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือ สายด่วนศูนย์รับแจ้งเหตุยาเสพติด 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด.

About The Author

Related posts