เวลา 10.00 น.วันที่ 15 ก.ค.69 ศูนย์อาจารย์กวางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ พา นางสายชล แม่ของ นายเล็ก หรือฉายา “ไอ้ไข่ทองแดง” ผู้เสียชีวิต พร้อมด้วย นายวัชร (เจ) เพื่อนสนิทของผู้ตาย เดินทางเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนและเตรียมเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อขอความเป็นธรรม หลังลูกชายถูกกลุ่มวัยรุ่นใช้เก้าอี้สแตนเลสฟาดศีรษะจนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเดือนกันยายน 2568 แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า และกลุ่มผู้ก่อเหตุยังคงลอยนวล

นายวัชร (เจ) เพื่อนผู้ตายที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ตลาดโรงสี คลอง 1 ธัญบุรี ตนและผู้ตายได้ไปดื่มกินกันตามปกติ ระหว่างนั้นนายเล็กเดินไปเข้าห้องน้ำ ตนจึงเดินตามไปและพบว่านายเล็กกำลังมีปากเสียงกับกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่น ตนจึงรีบเข้าไปขอโทษและแยกย้ายกันออกมา
แต่เมื่อตนทำธุระเสร็จ กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวกลับยืนดักรออยู่ที่หน้าห้องน้ำและเข้ามาหาเรื่องถามว่า “เพื่อนมึงพูดอะไร?” ตนพยายามขอโทษแทนเพื่อนอีกครั้ง แต่อีกฝ่ายสวนกลับมาว่า “มึงเสือกเหรอ?” ก่อนจะเปิดฉากตะลุมบอนกัน จนกระทั่งการ์ดของร้านเข้ามาแยกย้าย ทั้งนี้ ในจังหวะที่การ์ดพยายามผลักดันกลุ่มของตนให้ออกไปนอกร้าน นายเล็กซึ่งเดินรั้งท้ายสุด ได้ถูกกลุ่มวัยรุ่นกรูเข้าไปรุมชกต่อย และมีผู้ก่อเหตุรายหนึ่งใช้ “เก้าอี้สแตนเลส” หวดเข้าที่ศีรษะอย่างแรงจนล้มฟุบหมดสติจมกองเลือด

หลังเกิดเหตุ เพื่อน ๆ ได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลเปาโล รังสิต แพทย์ตรวจพบว่ากะโหลกศีรษะร้าวและมีเลือดคั่งในสมองอย่างรุนแรง ต้องผ่าตัดเปิดกะโหลกเพื่อรักษาเร่งด่วน ยื้อชีวิตอยู่ได้เพียง 2-3 วัน สุดท้ายนายเล็กทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตลงอย่างสงบในวันที่ 21 กันยายน 2568

นายวัชร กล่าวต่อว่า หลังเกิดเรื่องคดีความกลับนิ่งสนิท ไร้ความคืบหน้าจากโรงพักท้องที่ จนกระทั่งเดือนมีนาคม 2569 ทางตำรวจได้นัดหมายให้คุณแม่สายชลไปเจรจากับฝ่ายคู่กรณีที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุได้เสนอเงินเยียวยาค่าทำศพให้จำนวน 120,000 บาท ขอผ่อนส่งเป็นรายเดือน เดือนละ 5,000 บาท และให้คุณแม่เซ็นชื่อในเอกสาร ด้วยความที่ คุณแม่สายชลเป็นคนไม่รู้หนังสือ จึงหลงเชื่อและยอมเซ็นชื่อไปเพราะเข้าใจว่าเป็นเพียงเอกสารรับเงินเยียวยา จนกระทั่งตนไปเยี่ยมแม่ที่บ้านและนำเอกสารดังกล่าวมาตรวจสอบ จึงพบความจริงว่า เอกสารฉบับนั้นระบุว่าเป็น “หนังสือยินยอมไม่ดำเนินคดีความทั้งแพ่งและอาญา” สร้างความทุกข์ระทมและความไม่สบายใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก เพราะเจตนารมณ์ของครอบครัวคือ เงินเยียวยาก็ส่วนหนึ่ง แต่คดีฆาตกรรมต้องว่ากันไปตามกฎหมาย

เพื่อนอีกคนที่มาด้วย บอกด้านคดีทราบว่าตำรวจส่งฟ้องคนใช้เก้าอี้ตีนายเล็กคนเดียว ส่วนคนที่เริ่มทำร้ายกลับไม่ถูกดำเนินคดี
ทางด้าน คุณแม่สายชล (แม่ผู้เสียชีวิต) เปิดเผยว่า มีกระแสข่าวลือจากคนในพื้นที่ว่า กลุ่มวัยรุ่นที่รุมฆ่าลูกชายของตนเป็น “เด็กของตำรวจ” ในพื้นที่เกิดเหตุ ทำให้คดีมีความงล่าช้า ยาวมานานกว่า 10 เดือนนับตั้งแต่ลูกชายเสียชีวิต และคนทำร้ายก็ยังเดินลอยนวลท้าทายกฎหมายอยู่ทุกวันนี้ ตนกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและคดีจะเงียบ จึงต้องหันมาพึ่งพาจ่าคิงส์ ให้พาเข้าพบตำรวจกองปราบปราม เพื่อช่วยเร่งรัดและโอนสำนวนคดีมาดำเนินการล่าตัวกลุ่มคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

หลังร้องทุกข์ต่อสื่อมวลชนแล้วจ่าคิงส์ ได้พาญาติผู้ตายเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.เพื่อขอความเป็นธรรมต่อไป
