รวบหนุ่มแสบคาเปลห้องพักย่านสมุทรสาคร ย่องฉกเงินร้านอาหารสัตว์ อ้างประชดรัก-ตกงาน สุดท้ายน้ำตาตกในเพิ่งได้งานดีแต่ไม่รอดคุก

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ หรือคอมมานโด ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้กำลังชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ พ.ต.อ.ธนากร งานเย็น ผกก.สน.ฉลองกรุง นำกำลังเข้าทำการจับกุม นายอัฐพงศ์ หรืออั๋น รอดขันเมือง อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.1094/2569 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ในข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าห้องพักพนักงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 2 ตำบลนาดี อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ขณะที่ผู้ต้องหากำลังนอนพักผ่อนอยู่บนเปลอย่างสบายใจ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของร้านจำหน่ายอาหารสัตว์ “บี แอนด์ บี เพชรช้อป คุ้มเกล้า” ได้เดินไปนั่งคุยกับคนรู้จักที่ร้าน “นายฮ้อยเผือก” ซึ่งตั้งอยู่ติดกัน ระหว่างนั้นนายอัฐพงศ์ผู้ต้องหาได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมาจอดที่หน้าร้าน ก่อนจะเดินเนียนเข้าไปด้านในทำทีเป็นลูกค้าเลือกซื้อสินค้า เมื่อเห็นว่าปลอดคนและไม่มีใครเฝ้าเคาน์เตอร์ จึงสบโอกาสตรงดิ่งไปเปิดลิ้นชักเก็บเงินแล้วกวาดเงินสดจำนวน 3,000 บาท หลบหนีไป ซึ่งในจังหวะที่เดินสวนกับเจ้าของร้านที่กำลังเดินกลับเข้ามา ผู้เสียหายได้เอ่ยปากทักถามว่าต้องการรับอะไรไหม แต่นายอัฐพงศ์แสร้งตอบปฏิเสธว่า “ไม่เอา ไม่เอา” ก่อนจะรีบกระโดดขึ้นรถจักรยานยนต์บิดหนีไปอย่างรวดเร็ว ต่อมาเมื่อเจ้าของร้านเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินพบว่าเงินหายไป และเมื่อเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดก็พบพฤติกรรมของคนร้ายอย่างชัดเจน จึงได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ฉลองกรุง เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคอมมานโดได้รับแจ้งจากสายลับว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีมาพักอาศัยและทำงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและลงพื้นที่ตรวจสอบ จนกระทั่งพบนายอัฐพงศ์นอนอยู่ในเปลหน้าห้องพักพนักงาน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมแสดงหมายจับ ซึ่งนายอัฐพงศ์ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายอัฐพงศ์ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าในช่วงเกิดเหตุชีวิตตนกำลังตกต่ำอย่างหนัก เนื่องจากเพิ่งเลิกรากับแฟนสาวและอยู่ในสภาพตกงานไม่มีเงินติดตัว จึงต้องไปอาศัยอยู่กับเพื่อนที่กรุงเทพฯ วันเกิดเหตุได้ยืมรถจักรยานยนต์ของเพื่อนขับตระเวนไปเรื่อยๆ จนมาเจอร้านอาหารสัตว์ที่เปิดทิ้งไว้โดยไม่มีคนเฝ้า จึงตัดสินใจลงมือประชดชีวิตเพื่อหาเงินประทังชีพ พร้อมกันนี้นายอัฐพงศ์ยังได้ฝากอุทาหรณ์เตือนใจไปยังประชาชนและคนที่คิดจะหลงผิดว่า อย่าคิดที่จะขโมยของใครเลย หากจนปัญญาจริงๆ ให้เดินหางานทำหรือของานทำยังจะดีเสียกว่า สิ่งที่ตนทำลงไปมันแลกกับเงินเพียงไม่กี่บาท แต่ต้องทำให้เสียเวลา เสียโอกาส และเสียอนาคต ซึ่งในตอนนี้ตนเพิ่งจะได้งานที่ดีทำแท้ๆ แต่สุดท้ายก็ต้องมารับผลกรรมในสิ่งที่ตัวเองเคยสะดั่งทำไว้ จึงอยากเตือนให้ทุกคนหยุดคิดทำสิ่งไม่ดี จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลังแบบตน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ฉลองกรุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ประชาสัมพันธ์เตือนภัยไปยังผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ว่า มิจฉาชีพในปัจจุบันมักแฝงตัวมาในคราบของลูกค้าทั่วไป โดยจะอาศัยความแนบเนียนเดินเข้าออกร้านเพื่อดูลาดเลา และเลือกจังหวะที่เจ้าของร้านเฝ้าอยู่คนเดียว หรือเดินออกจากร้านเพียงเสี้ยวนาทีในการลงมือก่อเหตุอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะในการหลบหนี จึงขอเตือนภัยให้ทุกร้านค้าล็อกลิ้นชักเก็บเงินให้มิดชิด ไม่ควรวางเงินสดไว้ในจุดที่บุคคลภายนอกเอื้อมหยิบได้ง่าย หมั่นสังเกตบุคคลแปลกหน้า และควรติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมทั้งในและนอกร้าน เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อและช่วยเป็นเบาะแสในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

About The Author

Related posts