กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. , พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.5 บก.ปอศ., พ.ต.ท.จักรี กันธิยะ, พ.ต.ท.ภาคิน สุขพรหม และ พ.ต.ท.ประวิทย์ ว่องไว รอง ผกก.5 บก.ปอศ.

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ณัฐดนัย บำรุงศิลป์, พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ จันทพันธ์, พ.ต.ต.บัญชา ช่วยรอดหมด และ พ.ต.ต.พิชญากร แตงรอด สว.กก.5 บก.ปอศ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ.
ดำเนินคดีผู้ต้องหา รวม 5 ราย ดังนี้
1. นางสาวศะศิพิมพ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3757/2569 ลง 6 กรกฎาคม 2569 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงและเป็นพนักงานของสถาบันการเงินกระทำการหรือไม่กระทำการ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยกฎหมายเพื่อตนเอง หรือผู้อื่นเป็นการเสียหายแก่สถาบันการเงิน”
2. นางสาวแสงจันทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3758/2569 ลง 6 กรกฎาคม 2569 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงและสนับสนุนพนักงานของสถาบันการเงินกระทำการหรือไม่กระทำการ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยกฎหมายเพื่อตนเอง หรือผู้อื่นเป็นการเสียหายแก่สถาบันการเงิน”
3. บริษัท คลีนแลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด โดยนางสาวแสงจันทร์ (สงวนนามสกุล) กรรมการบริษัทในฐานะนิติบุคคล ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3761/2569 ลง 6 กรกฎาคม 2569 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงและสนับสนุนพนักงานของสถาบันการเงินกระทำการหรือไม่กระทำการ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยกฎหมายเพื่อตนเอง หรือผู้อื่นเป็นการเสียหายแก่สถาบันการเงิน”
4. นายพรชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3759/2569 ลง 6 กรกฎาคม 2569 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงและสนับสนุนพนักงานของสถาบันการเงินกระทำการหรือไม่กระทำการ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยกฎหมายเพื่อตนเอง หรือผู้อื่นเป็นการเสียหายแก่สถาบันการเงิน”
5. นายฐตศิษฏ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี สัญชาติไทย ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงและสนับสนุนพนักงานของสถาบันการเงินกระทำการหรือไม่กระทำการ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยกฎหมายเพื่อตนเอง หรือผู้อื่นเป็นการเสียหายแก่สถาบันการเงิน”

พร้อมตรวจยึดของกลาง
1.เอกสารเกี่ยวกับบริษัท จำนวน 8 ชุด
2.เอกสารเกี่ยวกับคดี จำนวน 4 ชุด
3.สมุดเช็คธนาคารฯ จำนวน 5 เล่ม
4.เช็คเงินสด จำนวน 32 ฉบับ
5.บัตรกดเงินสด จำนวน 2 ใบ
6.สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 11 เล่ม
7.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง
สถานที่จับกุม
1. บ้านพัก หมู่ที่ 4 ตำบลนครสวรรค์ออก อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
2. บริเวณริมถนนสาธารณะ กรมชลประทานปากเกร็ด ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
3. บ้านพัก หมู่ที่ 1 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. กรณีได้รับเรื่องร้องเรียนจากลูกค้า ว่าถูก น.ส.ศะศิพิมพ์ฯ พนักงานธนาคาร ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการเขตและเจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (RM) มีพฤติกรรมหลอกลวงชักชวนลูกค้าของธนาคารให้ร่วมลงทุนในหุ้นกู้ของธนาคาร เสนอผลตอบแทนสูง จนมีลูกค้าหลายรายหลงเชื่อลงทุนตามคำชักชวนดังกล่าว ต่อมา น.ส.ศะศิพิมพ์ฯ ไม่จ่ายผลตอบแทนให้กลุ่มลูกค้าได้จริง ทำให้ลูกค้าได้รับความเดือดร้อน ธนาคารจึงได้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้การเยียวยากลุ่มลูกค้า ซึ่งจากพฤติกรรมของอดีตพนักงานธนาคารข้างต้น เป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่พนักงานของสถาบันการเงิน แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ทำให้ธนาคารได้รับความเสียหาย

จากการสอบสวนทราบว่า น.ส.ศะศิพิมพ์ฯ อาศัยตำแหน่งหน้าที่และความน่าเชื่อถือในฐานะพนักงานธนาคาร ชักชวนลูกค้าเงินฝากระดับเฟิร์สของธนาคาร (สินทรัพย์เกินกว่า 10 ล้านบาท) ให้ร่วมลงทุนใน “หุ้นกู้พิเศษ” ซึ่งอ้างว่าธนาคารให้ บริษัท คลีนแลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการแทน โดยเสนอผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนทั่วไป ประมาณร้อยละ 2 ต่อ 3 เดือน หรือร้อยละ 6-7 ภายในระยะเวลา 3-6 เดือน และอาศัยความไว้ใจจากการที่ น.ส.ศะศิพิมพ์ฯ เคยดูแลพอร์ตการเงินให้กับลูกค้ามาก่อน ทำให้กลุ่มลูกค้าผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นหุ้นกู้ของธนาคารจริง แต่แท้จริงแล้วเงินลงทุนดังกล่าวถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารของบริษัท คลีนแลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจบริหารจัดการและกำจัดขยะ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับธนาคารแต่อย่างใด โดยเหตุเกิดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 ต่อเนื่องเรื่อยมา โดยในช่วงแรกจะมีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้เสียหายบางส่วนเพื่อจูงใจให้ผู้เสียหายลงทุนมากขึ้น จนต่อมาประมาณปี 2568 ไม่สามารถจ่ายเงินให้กับผู้เสียหายได้ ซึ่งทางการสอบสวนพบผู้เสียหายอย่างน้อย 5 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 78 ล้านบาท

จากการตรวจสอบสวนเส้นทางการเงิน พบว่าในห้วงปี 2563-2568 มียอดเงินหมุนเวียนประมาณ 350 ล้านบาท โดยหลังจากรับโอนเงินจากผู้เสียหายจะมีการโอนเงินแบ่งผลประโยชน์ให้กันระหว่างกลุ่มผู้ต้องหา โดยไม่ได้มีการนำเงินไปลงทุนจริงตามที่อ้าง นอกจากนี้ยังพบว่ามีการโอนเงินลงทุนของผู้เสียหายในลักษณะหมุนเวียนจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนรายอื่นๆ นอกจากนี้จากการตรวจสอบที่ตั้งของบริษัท คลีนแลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ตั้งอยู่ที่ 52/1 ซอยรามคำแหง 24/3 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พบว่าเป็นสำนักงานร้าง ไม่มีการประกอบกิจการจริงตามที่กล่าวอ้าง

ทางคดีมีผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 ราย ได้แก่ น.ส.ศะศิพิมพ์ฯ อดีตพนักงานธนาคาร ทำหน้าที่ชักชวนผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนในกิจการบริษัทฯ, บริษัท คลีนแลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด, นางสาวแสงจันทร์ฯ กรรมการบริษัทฯ และนายพรชัยฯ ทำหน้าที่สร้างความน่าเชื่อถือ แนะนำการลงทุน และจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับโอนเงิน หรือจัดทำรับรองเอกสาร และดำเนินธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับเงินลงทุนของผู้เสียหาย และนายฐตศิษฏ์ฯ ทำหน้าที่รับโอนเงินจากผู้ลงทุน พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ได้รวบรวมพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาไว้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ได้ระดมกำลังนำหมายค้นเข้าตรวจค้นจับกุม รวม 3 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดนครสวรรค์ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 4 ราย ได้แก่ นางสาวศะศิพิมพ์ฯ, นางสาวแสงจันทร์ฯ, บริษัท คลีนแลนด์ฯ โดยนางสาวแสงจันทร์ และนายพรชัยฯ โดยในส่วนของนายฐตศิษฏ์ฯ พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหาไว้แล้ว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดทรัพย์สินและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 7 รายการ นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
สุดท้ายนี้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ขอฝากเตือนภัยถึงประชาชน ในคดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการฉ้อโกงที่อาศัย “ความน่าเชื่อถือ” ของสถาบันการเงินและตำแหน่งหน้าที่ของพนักงานเป็นเครื่องมือหลอกลวง ประชาชนและลูกค้าธนาคารควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์การลงทุนทุกครั้งผ่านช่องทางทางการของธนาคารโดยตรง เช่น สาขา คอลเซ็นเตอร์ หรือแอปพลิเคชันธนาคาร ไม่ควรโอนเงินลงทุนเข้าบัญชีบุคคลหรือบริษัทภายนอกตามคำแนะนำของพนักงานเพียงฝ่ายเดียว และควรขอเอกสารยืนยันที่ออกโดยธนาคารอย่างเป็นทางการทุกครั้งก่อนตัดสินใจลงทุน

สอบถามเพิ่มเติม พ.ต.ต.พิชญากร แตงรอด สว.กก.5 บก.ปอศ. โทรศัพท์ 06 3862 9870
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
