เวลา 14.00 น. วันที่ 8 ก.ค.69 ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง “เจ๊กัน ดอนเมือง” หรือ น.ส.กรรณิกา สุทธิ อินฟลูฯ / แม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง หอบหลักฐานเข้าแจ้งความตำรวจกองบังคับการปราบปราม ดำเนินคดีกับ “มาดามคนดัง” รายหนึ่ง หลังถูกข่มขู่คุกคาม ขู่ว่าจะส่งคนมา “ยัดยาเสพติด” และกล่าวหาว่าพัวพันกับสิ่งผิดกฎหมาย โดยพบข้อมูลเบื้องหลังว่า มาดามรายนี้มีสามีรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หนึ่งใน กทม.คอยให้การช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง

เจ๊กันย์ เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับ”มาดามเฌอ“คนนี้เมื่อช่วงปลายปี 68 หลังจากที่ตนไปออกรายการโหนฯ มา ก็มีคนรู้จักตนมากขึ้น ”มาดามเฌอ“ เขาให้ตนช่วยไลฟ์ขายของให้ ตนก็ไลฟ์ให้ฟรีๆ ไม่คิดค่าใช้จ่าย
ช่วยติดต่อกันเรื่อยมา จนเมื่อเดือน พค. “มาดามเฌอ”แจ้งมาว่าขอให้ตนโอนเงิน 2 หมื่นบาทเป็นค่ารถตู้ในการหลบหนีของเขาออกนอกประเทศเพราะทราบภายหลังว่าเธอกำลังจะหนีหมายจับหนีประกัน ตลอดจนมัดจำค่ากำไล อีเอ็ม แล้วหนีไปประเทศมาเลเซีย แต่ตนปฏิเสธ เพราะ้กรงว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้ต้องหาหลบหนี
ซึ่งสร้างความไม่พอใจเป็นอย่างมาก จนมาดามเฌอทั้งไลฟ์สดและโพสต์ด่าว่าข่มขู่ตน และคุกคามว่าให้เลือกเอาว่าจะยอมให้อุ้มเด็กพิการที่ตนอุปการะอยู่ไปกระทืบที่มาเลย์ ดีหรือเปล่า หรือจะเอายาเสพติดมายัดให้ตนด้วย

ที่น่าเชื่อว่าเขามีคนช่วยเพราะพบว่ามาดามเฌอ เอาคลิปวงจรปิดในบ้านพักเด็กพิการออกมาโพสต์โชว์เป็นหลักฐานยืนยันว่าเขาทำได้ตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย เนื่องจากสามีตำรวจของ“มาดามเฌอ”คอยสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือตลอดมา
วันนี้จึงตัดสินใจรวบรวมพยานหลักฐานมามอบให้ตำรวจกองปราบปรามดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบพบว่า มาดามเฌอ คนนี้มีพฤติการณ์เข้าข่ายมิจฉาชีพระดับ “ตัวแม่” มีพฤติกรรมเปลี่ยนชื่อ-สกุลบ่อยครั้งเพื่อหลบเลี่ยงคดี โดยมีชื่อในวงการหลายชื่อ เช่น “เฟิร์น, มิ้น, แพม, เฌอ หรือ มาดามเฌอ”
ชอบแอบอ้างบุคคลระดับสูงและคนมีสีเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวงเหยื่อหลากหลายวงการ ตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบัน

-แอบอ้างบิ๊กสีกากี ในอดีตเคยเสนอตัวเข้ามาช่วยงานสื่อประชาสัมพันธ์ของอดีต ผบ.ตร. ท่านหนึ่ง ก่อนจะใช้โอกาสนี้แอบอ้างชื่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไปขอเครดิตในบ่อนพนัน ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อได้เงินจะเก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง แต่หากเสียพนันจะอ้างชื่อผู้ใหญ่เพื่อเลี่ยงการจ่ายเงิน จนสร้างความเสื่อมเสียให้กับต้นสังกัด
-เจาะกลุ่มวงการพระเครื่องและมวย เดินสายคลุกคลีในวงการพระเครื่อง หลอกเซียนพระชื่อดังนำพระไปปล่อยขาย และแอบอ้างชื่อผู้ใหญ่ไปขอเครดิตเปิดค่ายมวย รวมถึงยืมเงินคนในวงการมวยเป็นจำนวนมาก
-ตุ๋นวงการไฮเอนด์และอาร์ตทอย ขยับมาหลอกวงการนาฬิกาหรูและกลุ่มสะสม Art Toy โดยใช้วิธีเปิดรับพรีออเดอร์สินค้าและบังคับให้เหยื่อโอนเงินเต็มจำนวนล่วงหน้าก่อนจะเชิดหนี
-หลอกแรงงานไปเกาหลี มีประวัติเริ่มฉ้อโกงมาตั้งแต่ปี 2560 จากการหลอกลวงจัดหาแรงงานไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ รวมถึงเคยมีคดีครอบครองกัญชาติดตัว

ในส่วนของคดีความหลอกลวงแรงงานไปต่างประเทศนั้น ”มาดามเฌอ“เคยอ้างว่าผู้ใหญ่จะให้การช่วยเหลือ แต่ในข้อเท็จจริงไม่มีการช่วยเหลือใดๆ ล่าสุดศาลได้มีคำพิพากษาตัดสินจำคุกเป็นเวลา 5 ปี 30 เดือน
ระหว่างที่ทางอัยการสูงสุดยื่นอุทธรณ์เพื่อขอให้ลงโทษสถานหนัก มาดามรายนี้ได้ตัดสินใจ “หนีประกันศาล” จนกระทั่งปัจจุบันศาลได้มีการออกหมายจับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ที่ผ่านมาเมื่อเกิดคดีความ กลุ่มผู้เสียหายมักเข้าใจผิดว่ามีผู้ใหญ่คอยหนุนหลัง แต่แท้จริงแล้วผู้ที่คอยช่วยเหลือคัดท้ายและเคลียร์คดีให้คือ สามีที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ล่าสุดมาดามเฌอ ได้ไปหลอกผู้เกษียณ 4-5 ราย จังหวัดทางภาคเหนือ ให้กดเลขหมอแปลงมิตเตอร์ไฟฟ้าเพื่อรับคืนเงินมัดจำแต่กลับเป็นถูกหลอกให้โอนเงินไปบัญชีปลายทางของมาดามเฌอ จนแต่ละคนสูญเงินเก็บวัยเกษียณรวมๆ กัน 4-5 แสนบาท
ซึ่งการเดินทางมาร้องเรียนที่กองบังคับการปราบปรามของ“เจ๊กันย์ ดอนเมือง”ในครั้งนี้ นอกเหนือจากการดำเนินคดีข้อหาข่มขู่คุกคามแล้ว อาจเป็นการลากไส้ไปถึงตัวการที่คอยให้การช่วยเหลือผู้ต้องหาหนีหมายจับ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม.157) อีกด้วย

ทั้งนี้ หากประชาชนหรือผู้เสียหายรายใด เคยถูกมาดามเฌอ“รายนี้ฉ้อโกง หรือถูกใช้อำนาจมืดแอบอ้างข่มขู่ สามารถส่งข้อมูลและหลักฐานเข้ามาเพิ่มเติมได้ทันที เพื่อรวบรวมส่งต่อให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามดำเนินคดีจนถึงที่สุดต่อไป
