คอมมานโดรวบสาวดอนตูม แก้งบัญชีม้า! ส่งลิงก์ปลอมแอบอ้างหน่วยงานรัฐ หลอกติดตั้งแอปฯ สูญเงินกว่า 2.4 ล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.4 บก.ปพ. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ.,พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. ได้สั่งการ ให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. ส.ต.อ.ทิวา นาหมื่น ส.ต.อ.สกลเกียรติ มากคิด ส.ต.อ.จตุรพล กำปั่น ส.ต.อ.ภูริพันธ์ บุญยงส.ต.ท.นนธวัช ศิริเทพ ส.ต.ท.ณรงค์วิทย์ พิมพ์กำเนิด ผบ.หมู่ กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นางสาวธนพรหรือจอย อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดนครปฐม

ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้า สู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเขือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน,ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์และ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน,ร่วมกันทำให้เสียหายทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบและเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่นๆ” ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี จ.414/2569 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569
โดยสามารถจับกุมได้ที่ บริเวณสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ก่อนการจับกุม ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2567 ผู้เสียหายได้รับข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยมีการแอบอ้างว่าเป็นหน่วยงานของกรมบัญชีกลาง แจ้งให้ผู้เสียหายกดลิงค์เพื่อดำเนินการตรวจสอบและยืนยันสิทธิรับเงินจากภาครัฐ พร้อมระบุว่าหากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด อาจทำให้เสียสิทธิในการรับเงินหรือสวัสดิการต่างๆ
ผู้เสียหายเข้าใจว่าข้อความดังกล่าวเป็นของหน่วยงานราชการจริง จึงหลงเชื่อและกดลิงค์ตามที่ได้รับ ก่อนทำการดาวน์โหลดและติดตั้งแอพพลิเคชั่นจากลิงค์ดังกล่าวลงในโทรศัพท์มือถือ โดยไม่ทราบว่าแอพพลิเคชั่นดังกล่าวเป็นโปรแกรมอันตรายที่มิจฉาชีพสร้างขึ้นเพื่อเข้าควบคุมอุปกรณ์และลักลอบเข้าถึงข้อมูลสำคัญของผู้ใช้งาน
ภายหลังจากติดตั้งแอพพลิเคชั่น ผู้เสียหายยังคงใช้งานโทรศัพท์ตามปกติ โดยไม่ทราบว่ามิจฉาชีพสามารถเข้าถึงข้อมูลภายในเครื่อง รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงิน จนกระทั่งตรวจสอบบัญชีธนาคารพบว่าได้มีการโอนเงินออกจากบัญชีไปยังบัญชีของบุคคลอื่นหลายรายการโดยที่ผู้เสียหายไม่ได้เป็นผู้ทำรายการเอง
เมื่อผู้เสียหายตรวจสอบความเสียหายอย่างละเอียด พบว่าเงินในบัญชีถูกโอนออกไปจนหมด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,420,000 บาท ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนตกเป็นเหยื่อของขบวนการมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานราชการ ส่งลิงก์ปลอมเพื่อหลอกให้ติดตั้งแอพพลิเคชั่นควบคุมเครื่อง (Remote Access/Malware) ก่อนเข้าควบคุมโทรศัพท์และลักลอบโอนเงินออกจากบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย

ภายหลังทราบว่าถูกหลอกลวง ผู้เสียหายได้รีบติดต่อธนาคารเพื่อระงับบัญชีและอายัดธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง พร้อมเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป
พฤติการณ์มิจฉาชีพ : กลุ่มมิจฉาชีพมักแอบอ้างเป็นหน่วยงานราชการหรือองค์กรที่ประชาชนคุ้นเคย เช่น กรมบัญชีกลาง หน่วยงานด้านสวัสดิการ หรือธนาคาร ส่งข้อความผ่าน SMS, LINE, Facebook หรือช่องทางอื่น พร้อมแนบลิงค์ปลอม โดยอ้างว่าให้กดยืนยันสิทธิ รับเงิน ตรวจสอบข้อมูล หรืออัปเดตระบบ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเร่งให้เหยื่อดำเนินการ
เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและกดลิงค์ คนร้ายจะหลอกให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นหรือกรอกข้อมูลสำคัญ ซึ่งแอพฯ ดังกล่าวเป็นโปรแกรมที่เปิดโอกาสให้มิจฉาชีพเข้าควบคุมโทรศัพท์มือถือหรือเข้าถึงข้อมูลทางการเงินของผู้เสียหาย จากนั้นจะลักลอบทำธุรกรรม โอนเงินออกจากบัญชี หรือใช้ข้อมูลที่ได้ไปก่อให้เกิดความเสียหาย โดยผู้เสียหายมักจะรู้ตัวอีกครั้งเมื่อเงินในบัญชีถูกโอนออกไปแล้วเป็นจำนวนมาก ทำให้สูญเสียทรัพย์สินและยากต่อการติดตามเงินคืน

พฤติการณ์ในการจับกุม กล่าวคือก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งจากสายลับว่านางสาวธนพรหรือจอย โพธิ์ทอง อายุ ๓๖ ปี นั้นหลบหนีอยู่ทางภาคใต้และกำลังเดินทางมายังกรุงเทพมหานคร จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและสั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่
ต่อมาตามวันเวลาที่จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนางสาวธนพรฯ โดยนำข้อมูลทะเบียนราษฎร์มาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า เมื่อช่วงประมาณปี 2566 ตนได้ไปทำงานที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา ทำงานเกี่ยวกับบาคาร่า การพนันออนไลน์ เผยแพร่ ผ่านทางหน้าคอมพิวเตอร์ ได้เปิดบัญชีเพื่อรับค่าจ้าง ต่อมาตนไม่ได้รับค่าแรง จึงเชื่อว่าหากอยู่ที่นี้ต่อไปอาจไม่ปลอดภัย จึงได้หลบหนีกลับมายังประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยเสียเงินประมาณ 2,500 บาท ตอนที่ทำงานอยู่ที่ปอยเปต หากกระทำผิด อาจถูกซ้อมได้ ตนจึงเชื่อว่าน่าจะโดนนำบัญชีไปกระทำผิดกฎหมาย เบื้องต้นขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
เตือนภัย หน่วยงานราชการจะไม่ส่งลิงค์ให้ประชาชนดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นหรือกรอกข้อมูลสำคัญผ่านข้อความ หากได้รับข้อความหรือโทรศัพท์ที่อ้างว่าเป็นหน่วยงานของรัฐ ขอให้ตรวจสอบกับหน่วยงานนั้นโดยตรงก่อนทุกครั้งและอย่ากดลิงค์ดาวน์โหลดแอพฯ หรือให้สิทธิ์เข้าถึงโทรศัพท์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะอาจเป็นกลลวงของมิจฉาชีพที่ต้องการเข้าควบคุมเครื่องและดูดเงินออกจากบัญชีธนาคารของท่านได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว
