3 ก.ค.69 กลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่กลุ่มแฟนคลับเป็นจำนวนมาก เมื่อมิจฉาชีพออนไลน์ฉวยโอกาสใช้ความรักและความฝันของวัยรุ่นมาเป็นเครื่องมือหากิน ล่าสุด รัฐบาลสั่งเดินหน้าปราบปรามเด็ดขาด หลังพบมูลค่าความเสียหายพุ่งทะลุ 10 ล้านบาท

“อี้ แทนคุณ” นำทีมแฟนคลับร้อง ปคบ. ถูกร้านดังเทบัตร-อมเงิน
เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการสอบสวนกลาง ดร.แทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พากลุ่มผู้เสียหายกว่า 30 คน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.)

ผู้เสียหายเปิดเผยพฤติการณ์ว่า ได้ว่าจ้างร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์) ที่โฆษณาว่ารับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ตศิลปินทั้งไทยและต่างประเทศ เช่น วง BTS, BUS, ดูมันดิ, ปอนด์-ภูวินทร์ เป็นต้น โดยทางร้านจะเรียกเก็บเงินล่วงหน้าเต็มจำนวน ทั้งค่าบัตร ค่ามัดจำ และค่าจ้างกด
ทว่า เมื่อถึงวันเปิดจำหน่ายจริง ร้านกลับกดบัตรไม่ได้ และไม่ยอมคืนเงินให้ตามข้อตกลง โดยมักอ้างเหตุผลซ้ำ ๆ ว่า “บัญชีมีปัญหา/ถูกอายัด ต้องรอเคลียร์ 14 วัน” ล่าสุดมีผู้เสียหายหลงเชื่อแล้วกว่า 132 ราย รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึงประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งมีผู้เสียหายบางส่วนที่เป็นชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วย

ล่าสุด “ศุภมาส” ขยับทันที สั่ง สคบ. ตรวจสอบด่วน ลั่น “เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่”
ด้าน น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวและสั่งการเร่งด่วนทันที โดยมอบหมายให้ทีมงานและเลขาธิการ สคบ. ประสานงานร่วมกับ บก.ปคบ. เพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด

“ในฐานะที่ดิฉันก็เป็นแม่คนหนึ่ง ดิฉันเข้าใจหัวอกของน้อง ๆ แฟนคลับและผู้ปกครองเป็นอย่างดี หลายคนเก็บเงินมาทั้งปีเพื่อจะได้ไปชมศิลปินที่รัก แต่กลับถูกมิจฉาชีพฉวยโอกาสหลอกเก็บเงินล่วงหน้า เรื่องนี้ดิฉันไม่นิ่งนอนใจแน่นอน ทุกบาททุกสตางค์ที่ประชาชนเก็บหอมรอมริบมีคุณค่า ความฝันของแฟนคลับไม่ควรกลายเป็นช่องทางหากินของมิจฉาชีพ” น.ส.ศุภมาส กล่าว
รัฐมนตรีฯ ยังระบุด้วยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์ทุกรูปแบบ และจะใช้ทุกกลไกที่มีเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคอย่างถึงที่สุด
สคบ. แนะแนวทางป้องกัน-ช่องทางแจ้งความ

ด้าน สคบ. ได้ออกข้อแนะนำแก่ประชาชนเพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ดังนี้
-ซื้อบัตรผ่านช่องทางทางการ เท่านั้น (Official Channels) จากผู้จัดงานหรือผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรอง
-หลีกเลี่ยงการโอนเงินล่วงหน้า ให้กับบุคคลหรือร้านค้าที่ไม่น่าเชื่อถือผ่านสื่อสังคมออนไลน์
-เก็บหลักฐานทุกอย่างไว้ ทั้งสลิปการโอนเงิน ประวัติการสนทนา และข้อมูลหน้าร้าน เพื่อใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดี
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน บก.ปคบ. ได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหายและให้คำแนะนำในการรวบรวมสำนวนเพื่อส่งต่อตามขั้นตอนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป

หากประชาชนรายใดได้รับความเสียหายจากกรณีดังกล่าว สามารถแจ้งความร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166, แอปพลิเคชัน OCPB Connect, เว็บไซต์ ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ
