วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.6 ร่วมกับหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้ร่วมกันวางแผนเข้าจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ได้ผู้ต้องหาทั้งหมด 4 ราย ประกอบด้วย นายประเวศ อายุ 45 ปี, นายษะไปรย์ อายุ 44 ปี, นายคงทอง อายุ 24 ปี (ทั้งหมดเป็นชาว จ.กาญจนบุรี) และ นายวรพัฒน์ อายุ 45 ปี ชาว จ.อุดรธานี พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนักรวม 180 กิโลกรัม รถยนต์และรถบรรทุกรวม 4 คัน รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 6 ล้านบาท โดยจับกุมได้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน ต.ห้วยโรง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี

การปฏิบัติการครั้งนี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า มีเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติใช้วิธีการแยบยล แฝงตัวมากับระบบขนส่งโลจิสติกส์เพื่อลำเลียงยาเสพติดลงสู่ภาคใต้ โดยจะใช้รถบรรทุกพัสดุส่งของแวะจอดนัดรับกล่องพัสดุซุกซ่อนยาเสพติดตามปั๊มน้ำมันระหว่างทางเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ชุดสืบสวนจึงได้จัดกำลังสะกดรอยติดตามและซุ่มโปร่งรออยู่ภายในปั๊มน้ำมัน อ.เขาย้อย จนกระทั่งพบรถเก๋งโตโยต้าวีออสทำหน้าที่ขับนำเส้นทาง และรถกระบะอีซูซุดีแมกซ์ขนยาเสพติดขับเข้ามาจอด จากนั้นไม่นานได้มีรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ ซึ่งเป็นรถขนส่งพัสดุเข้ามาสมทบ ก่อนที่กลุ่มชายต้องสงสัยจะช่วยกันลำเลียงกล่องพัสดุสีน้ำตาลลงจากรถด้วยท่าทางพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นทันที

จากการเปิดกล่องพัสดุจำนวน 4 กล่อง เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ลักษณะเกล็ดสีขาวขุ่น บรรจุอยู่ในถุงชาสีเขียวยี่ห้อ GUANYINWANG จำนวน 180 ถุง น้ำหนักถุงละ 1 กิโลกรัม รวม 180 กิโลกรัม จึงได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดและขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายประเวศ ในพื้นที่ ต.ท่ามะกา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี พบหลักฐานสำคัญเป็นกล่องพัสดุเปล่าและเทปกาวสีน้ำตาลที่ใช้สำหรับแพ็คหีบห่อยาเสพติดอีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังได้ทำการยึดทรัพย์รถตู้โตโยต้า คอมมิวเตอร์ เพิ่มเติมอีก 1 คัน

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยซัดทอดว่าเครือข่ายนี้มี “ชายไทยไม่ทราบชื่อ” บงการและสั่งการอยู่ฝั่งประเทศเมียนมา มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ โดยผู้ต้องหาที่ 1-3 จะทำหน้าที่ไปรับยาเสพติดมาแพ็คใส่กล่องพัสดุที่บ้านพักใน จ.กาญจนบุรี แล้วนำมาส่งมอบให้นายวรพัฒน์ (ผู้ต้องหาที่ 4) ซึ่งขับรถบรรทุกพัสดุ เพื่อนำยาเสพติดปะปนไปกับสินค้าอื่นๆ ลำเลียงไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ โดยได้รับค่าจ้างสูงถึงครั้งละ 70,000 – 100,000 บาทต่อคน เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ” ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
