วันที่ 16 มิ.ย.69 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผกก.สน.วังทองหลาง ,พ.ต.ท.ปวีร์ มั่นเมือง รองผกก.ป.สน.วังทองหลาง ,พ.ต.ท.วิศรุต พิฐิภัทรพงศ์ สวป.สน.วังทองหลาง ได้จับกุมตัว MR.BOUNTEUM สงวนนามสกุล อายุ 22 ปี สัญชาติลาว พร้อมยาเสพติดจำนวนมาก

พ.ต.อ.เจษฎาฯ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง ได้นำกำลังออกตรวจพื้นที่ได้พบบุคคลต้องสงสัยท่าทางมีพิรุธ บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อภายในซอย ลาดพร้าว 114 จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น จากการตรวจค้นพบยาเสพติดจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าตรวจค้นพร้อมตรวจยึดของกลางหลายรายการ ดังนี้

1. วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ( คีตามีน ) ชนิดเกล็ดสีขาว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีดำแบบดึงเปิดกดปิด น้ำหนักชั่งพร้อมถุง หนัก 40.065 กรัม (น้ำหนักถุงเปล่า หนัก 5.393 กรัม หักลบน้ำหนักถุงเปล่าเหลือ 34.672 กรัม)
2. วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ( คีตามีน) ชนิดเกล็ดสีขาว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบดึงเปิดกดปิด จำนวน 599 ถุง น้ำหนักชั่งพร้อมถุง หนักรวม 407.086 กรัม (น้ำหนักถุงเปล่า หนักถุงละ 0.316 กรัม หักลบน้ำหนักถุงเปล่าทั้งหมดเหลือ 217.802 กรัม)
3. วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ( คีตามีน) ชนิดเกล็ดสีขาว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส รัดด้วยหนังยางสีแดง น้ำหนักชั่งพร้อมถุง หนักประมาณ 450 กรัม (น้ำหนักถุงเปล่า หนัก 15.325 กรัม หักลบน้ำหนักถุงเปล่าเหลือ 434.675 กรัม)
4. วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ( คีตามีน) ชนิดเกล็ดสีขาว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส คาดเส้นสีแดง แบบดึงเปิดกดปิด จำนวน 397 ถุง น้ำหนักชั่งพร้อมถุง หนักรวม 237.234 กรัม (น้ำหนักถุงเปล่า หนักถุงละ 0.204 กรัม หักลบน้ำหนักถุงเปล่าทั้งหมดเหลือ 156.246 กรัม)
5. วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ( คีตามีน) ชนิดเกล็ดสีขาว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบดึงเปิดกดปิด จำนวน 5 ถุง น้ำหนักชั่งพร้อมถุง หนักรวม 15.803 กรัม (น้ำหนักถุงเปล่า หนักถุงละ 0.433 กรัม หักลบน้ำหนักถุงเปล่าทั้งหมดเหลือ 13.638 กรัม) รวมน้ำหนักคีตามีน น้ำหนักชั่งพร้อมถุง ทั้งสิ้น 1150.188 กรัม
6. เครื่องดื่มชนิดผงชงดื่ม ระบุหน้าซอง COFFEE HOUSE ตรวจพบมีสารยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) เป็นสารประกอบ จำนวน 24 ซอง หนักรวม 2566.876 กรัม (น้ำหนักถุงเปล่า หนักถุงละ 2.355 กรัม หักลบน้ำหนักถุงเปล่าทั้งหมดเหลือ 2510.356 กรัม)
7. เครื่องดื่มชนิดผงชงดื่ม ระบุหน้าซอง Just Do It ตรวจพบมีสารยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) เป็นสารประกอบ จำนวน 56 ซอง หนักรวม 223.186 กรัม (น้ำหนักถุงเปล่า หนักถุงละ 1.013 กรัม หักลบน้ำหนักถุงเปล่าทั้งหมดเหลือ 163.419 กรัม)
8. กระเป๋าผ้า ระบุข้อความ THAILAND จำนวน 1 ใบ

9. ถุงพลาสติกสีส้ม ระบุข้อความ NUT FUN LAND จำนวน 1 ใบ
10. ถุงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กลูต้า คอลลาเจน ตรา อารยา รส Mix Berry ระบุหมายเลข 1 จำนวน 1 ใบ
11. ถุงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กลูต้า คอลลาเจน ตรา อารยา รส Mix Berry ระบุหมายเลข 2 จำนวน 1 ใบ
12. ถุงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา อารยา คอลลาเจน มิกซ์ พลัส รส Mix Plus จำนวน 1 ใบ
13. กล่องพลาสติกใส แบบมีฝาปิดสีฟ้า จำนวน 1 กล่อง
14. ผลการทดสอบเครื่องดื่มชนิดผงชงดื่ม ระบุหน้าซอง COFFEE HOUSE ด้วยน้ำยาทางวิทยาศาสตร์ของสำนักงาน ปปส. (น้ำยามาร์คควิด) พบว่าเป็นสารเมทแอมเฟตามีน จำนวน 1 ชุด
15. ผลการทดสอบเครื่องดื่มชนิดผงชงดื่ม ระบุหน้าซอง Just Do It ด้วยน้ำยาทางวิทยาศาสตร์ของสำนักงาน ปปส. (น้ำยามาร์คควิด) พบว่าเป็นสารเมทแอมเฟตามีน จำนวน 1 ชุด
16. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น PCX160 สีเทา จำนวน 1 คัน

ตำแหน่งที่พบของกลาง ของกลางรายการที่ 1 และ 2 บรรจุอยู่ในของกลางรายการที่ 10 ,ของกลางรายการที่ 6 บรรจุอยู่ในของกลางรายการที่ 12 ,ของกลางรายการที่ 7 บรรจุอยู่ในของกลางรายการที่ 13 ,ของกลางรายการที่ 3 ,12 และ 13 บรรจุอยู่ในของกลางรายการที่ 9 ,ของกลางรายการที่ 9 และ 10 บรรจุอยู่ในของกลางรายการที่ 8 ซุกซ่อนอยู่ในของกลางรายการที่ 15 ขณะตรวจค้น ,ของกลางรายการที่ 4 และ 5 บรรจุอยู่ในของกลางรายการที่ 11 ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องพักของผู้ถูกจับกุมขณะเข้าตรวจค้น

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการจับกุมตัว และได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย โดยการกระทำเพื่อการค้า ,มียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (แฮปปี้วอเตอร์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย ,เป็นบุคคลต่างด้าว (สัญชาติลาว) เดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” พร้อมทั้งแจ้งสิทธิให้ทราบ จากนั้นได้นำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางนำส่งพนักงา#เชื่อมั่นฝีมือตำรวจไทย

#ตำรวจวังทองหลางยินดีรับใช้งคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโลยี (บก.ปอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ประดิษฐ์ เปการี, พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ชิษณุพงศ์ ไหวดี ผกก.3 บก.ปอท., พ.ต.ท.สัญญา นิลนพคุณ, พ.ต.ท.เสริมศักดิ์ น้อยหัวหาด, พ.ต.ท.อิสรพงศ์ ทิพย์อาภากุล รอง ผกก.3 บก.ปอท.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ณรงคฤทธิ์ พุมพวง, พ.ต.ท.ชัยณรงค จอมเล็ก, พ.ต.ท.หญิง ภาพิมล ชัยขันธ พ.ต.ท.ประดิษฐ สุวรรณดี ,พ.ต.ท.ประทีป จันทรเพชรบุรี ,สว.กก.๓ บก.ปอท., พ.ต.ท.ปกฉัตร สงวนแวว
สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท., ร.ต.อ.นันทณัฐ ปิณะวันนา, ร.ต.อ.นนทนันท์ นวนงาม, ร.ต.อ.ประมุข ภิรมย์เจียว, ร.ต.อ.หญิง ศรุตา ขันธรูจี, ร.ต.ท.สุคนธ์ กองทอง, ร.ต.ต.หญิงณภัทร ช่วยยา, ร.ต.ต.อาคม ขาวเต็มดี, ร.ต.ต.เอก ครองบุญ, ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ เศรษฐอัครเบญจา, ร.ต.ท.อินทุชัย อินทรา รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ปอท.
ร่วมกันตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 6 จุด ในพื้นที่จังหวัด ร้อยเอ็ด, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร และขยายผลออกหมายเรียกผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่ เป็น Streamer ถ่ายทอดสดและพากย์ฟุตบอลชักชวนให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ จำนวนรวม 18 ราย โดยตรวจยึดของกลางมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท ได้แก่

1. คอมพิวเตอร์จำนวน 9 เครื่อง
2. โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต จำนวน 12 เครื่อง
3. ไมโครโฟนและอุปกรณ์พากย์เสียง จำนวน 8 ชิ้น
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากสายตรวจออนไลน์ตำรวจสอบสวนกลาง โดยศูนย์ Social Listening and Monitoring Center โดย กก.3 บก.ปอท. ได้ตรวจพบเว็บไซต์ถ่ายทอดสดฟุตบอลละเมิดลิขสิทธิ์และมีการโฆษณาชักชวนให้ผู้รับชมสมัครเข้าเล่นเว็บพนันออนไลน์ โดยพบว่ามีผู้รับชมสูงสุดกว่าคู่ละ 1 ล้านคน จึงได้ทำการสืบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิด และตรวจค้นสถานที่ ที่ทำการถ่ายทอดสดและพากย์ฟุตบอลผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว

โดยได้ขออนุมัติหมายค้นเข้าตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 6 จุด ในพื้นที่ 5 จังหวัด ในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด, จ.นนทบุรี, จ.สมุทรปราการ,จ.ปทุมธานี และ กรุงเทพมหานคร โดยได้ตรวจยึดอุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายทอดสดและพากย์ฟุตบอลได้แก่ คอมพิวเตอร์จำนวน 9 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต จำนวน 12 เครื่อง และ ไมโครโฟนและอุปกรณ์พากย์เสียง จำนวน 8 ชิ้น และได้ขยายผลออกหมายเรียกสตรีมเมอร์รายอื่นๆที่เกี่ยวข้องมาพบพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. รวมจำนวน 18 ราย นำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการตรวจสอบพบว่าช่วงที่ผ่านมามีการถ่ายทอดสดฟุตบอลลีกต่างๆทั่วโลก โดยพบว่าในคู่บิ๊กแมตช์ มีผู้รับชมสดสูงถึงกว่า 1 ล้านคน คาดความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท ต่อเดือน และจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า เจ้าของเว็บไซต์เป็นชาวต่างชาติ และมีฐานปฏิบัติการอยู่ที่ประเทศกัมพูชา และมีความเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์เครือข่าย ซึ่งจะทำการสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับตัวการและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

สอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 18 ราย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่าจะได้รับค่าจ้างในการถ่ายทอดสดและพากย์ฟุตบอล นัดละ 1,000-2,000 บาท และหากมีผู้สมัครเข้าเว็บพนันจะได้โบนัสเพิ่มอีกรายละ 100 บาท
เตือนภัย ไม่ควรรับชมฟุตบอลผ่านช่องทางผิดกฎหมาย เนื่องจากมักจะมีการ โฆษณา ชักชวนให้มีการเล่นการพนันออนไลน์, เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมอื่น และ ยังเป็นการสนับสนุนผู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์อีกด้วย
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.ณรงคฤทธิ์ พุมพวง สว.กก.3 บก.ปอท.
หมายเลขโทรศัพท 090-9855532สืบนิมิตรใหม่ ตามรวบ! โจรงัดตู้บริจาคหีบศพผู้ยากไร้ ย่ามใจเปลี่ยนชุดวนกลับมากวาดซ้ำรอบสอง หนีซุกแคมป์คนงานคลองหก ตรวจประวัติพบหมายจับเก่าติดตัว
วันที่ 16 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.นิมิตรใหม่ ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายสถิต (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี หลังก่อเหตุลักทรัพย์ภายในวัดแห่งหนึ่งอย่างไม่เกรงกลัวต่อบาป โดยเจ้าหน้าที่สามารถตามไปล็อกตัวได้ที่บริเวณแคมป์คนงานก่อสร้างใกล้ถนนเลียบคลองหก จังหวัดปทุมธานี

คดีนี้ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นิมิตรใหม่ ได้รับแจ้งเหตุร้ายจากทางวัดว่า ตู้รับบริจาคภายในวัดถูกคนร้ายงัดแงะจนพังเสียหาย โดยเฉพาะตู้บริจาคเพื่อซื้อหีบศพให้แก่ผู้ยากไร้ ได้ถูกคนร้ายกวาดเงินสดที่ชาวบ้านร่วมใจกันทำบุญหนีหายไป รวมความเสียหายทั้งหมดจำนวน 2 ตู้ ซึ่งยังไม่สามารถระบุจำนวนเงินที่แน่ชัดได้
เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ก็ต้องพบกับพฤติกรรมสุดย่ามใจของคนร้ายรายนี้ โดยพบว่าในวันที่ 3 มิถุนายน เวลาประมาณ 12.50 น. นายสถิตได้เข้ามาลงมือก่อเหตุงัดตู้บริจาคไปแล้วรอบหนึ่ง แต่ยังไม่หนำใจ ต่อมาในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 15.27 น. เจ้าตัวได้ไปทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าและสวมหน้ากากอนามัยเพื่ออำพรางใบหน้า ก่อนจะย้อนกลับเข้ามาภายในวัดเป็นรอบที่สอง แล้วลงมือยกตู้บริจาคที่เหลือขึ้นรถขับหลบหนีไปอย่างลอยนวล
หลังเกิดเหตุ ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.นิมิตรใหม่ ไม่นิ่งนอนใจ เร่งรวบรวมพยานหลักฐานจนรู้ตัวผู้ก่อเหตุ ก่อนขออนุมัติหมายจับจากศาล และสืบทราบว่าคนร้ายหนีไปกบดานอยู่ไม่ไกลในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมแคมป์คนงานก่อสร้างดังกล่าว จนกระทั่งพบนายสถิตหลบซ่อนตัวอยู่ จึงแสดงตัวพร้อมหมายจับเข้าทำการควบคุมตัวทันที

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูลเพิ่มว่า นายสถิต ไม่ได้ก่อเหตุครั้งนี้เป็นครั้งแรก เพราะยังมีหมายจับของศาลอาญามีนบุรี ในข้อหา “ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง” ติดตัวอยู่อีก 1 หมายจับด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.นิมิตรใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไ
