วันนี้ (10 มิ.ย. 69) ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ผนึกกำลัง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ร่วมกันจับกุม

1. นายธวัชชัย อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2687/2569 ลงวันที่ 11 พ.ค.69
2. นายอุดมศักดิ์ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2688/2569 ลงวันที่ 11 พ.ค.69
3. น.ส.ศศิประภา อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2690/2569 ลงวันที่ 11 พ.ค.69
4. น.ส.ธัญลักษณ์ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2689/2569 ลงวันที่ 11 พ.ค.69
5. น.ส.รัตนากร อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 3208/2569 ลงวันที่ 5 มิ.ย.69
6. น.ส.เจตสุภา อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 3209/2569 ลงวันที่ 5 มิ.ย.69
7. นายสุรกานต์ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 3210/2569 ลงวันที่ 5 มิ.ย.69

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้การกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่”

พร้อมตรวจยึดของกลาง สมุดบัญชีธนาคาร 10 เล่ม , โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง , รถยนต์ 1 คัน โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ กทม. , จ.นครปฐม และ จ.ภูเก็ต
สืบเนื่องจาก กก.2 บก.ปอท. ได้รับการร้องเรียนว่ามีขบวนการหลอกขายบัตรคอนเสิร์ตผ่านแพลตฟอร์ม X ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก ประกอบกับสถิติการรับแจ้งความออนไลน์พบว่า “การหลอกลวงขายสินค้าและบริการ” เป็นอาชญากรรมออนไลน์ที่มีจำนวนคดีสูงที่สุด

โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแฟนคลับที่ต้องการซื้อบัตรคอนเสิร์ต ศิลปินดัง งานแฟนมีต และเทศกาลดนตรีต่าง ๆ ซึ่งหลายกรณีเป็นบัตรที่หาซื้อยากหรือจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้คนร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ความสำคัญและเร่งตรวจสอบกรณีดังกล่าว
จากการตรวจสอบพบคดีในความรับผิดชอบของ สน.ห้วยขวาง โดยผู้เสียหายถูกหลอกขายบัตรคอนเสิร์ตศิลปิน Jimmy Sea ในราคา 6,000 บาท คนร้ายใช้กลอุบายให้ชำระเงินมัดจำก่อนครึ่งหนึ่งเป็นเงิน 3,000 บาท เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปแล้วกลับไม่ได้รับบัตร ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. เริ่มสืบสวนติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง

โดยการสืบสวนในระยะแรก พนักงานสอบสวนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้รวม 5 ราย ประกอบด้วย ผู้ทำหน้าที่เปิดบัญชีม้า 4 ราย และผู้ทำหน้าที่ถอนเงินสดอีก 1 คน
ต่อมา ช่วงวันที่ 18-20 พ.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. ร่วมกับ กก.6 บก.ป. บก.ปพ. และฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ได้จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 คน แบ่งเป็นผู้ต้องหาลำดับที่ 1-3 ทำหน้าที่บัญชีม้า รวมถึง น.ส.ธัญลักษณ์ ซึ่งทำหน้าที่ถอนเงินสดให้ขบวนการ

โดยจากการซักถาม น.ส.ธัญลักษณ์ ให้การว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ร่วมกับเพื่อนอีก 4 คน และทำหน้าที่ดูแลบ้านแลกกับที่พักอาศัย ก่อนถูกชักชวนให้ช่วยถอนเงินสดจากบัญชีธนาคารของตน โดยกลุ่มเพื่อนอ้างว่าเป็นเงินจากการทำธุรกิจ
ทางด้าน น.ส.ธัญลักษณ์ ให้การเพิ่มเติมว่า เมื่อมีเงินโอนเข้าบัญชี ตนจะทำหน้าที่ถอนเงินสดแล้วส่งต่อให้กลุ่มดังกล่าว ภายหลังเมื่อบัญชีถูกอายัดและมีผู้เสียหายติดต่อผ่าน Instagram แจ้งว่าถูกหลอกซื้อบัตรคอนเสิร์ตผ่าน X จึงเริ่มทราบว่ากลุ่มเพื่อนมีพฤติการณ์หลอกขายบัตรคอนเสิร์ตออนไลน์

จากการสอบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ทั้งการติดตามกระแสการเปิดจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ต การโพสต์ประกาศขายผ่าน X การตอบแชตผู้เสียหาย การจัดหาบัญชีม้าสำหรับรับโอนเงิน และการถอนเงินสดเพื่อตัดเส้นทางการเงิน ก่อนนำเงินส่งต่อให้ผู้ร่วมขบวนการรายอื่น
โดย น.ส.ธัญลักษณ์ รับว่าเคยถอนเงินในลักษณะดังกล่าวมากกว่า 50 ครั้ง รวมยอดเงินกว่า 200,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสืบสวนขยายผลต่อจากคำให้การ เส้นทางการเงิน และข้อมูลในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จนสามารถออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมได้อีก 4 คน

ต่อมา เมื่อวันที่ (8 มิ.ย.69) เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. ร่วมกับ กก.5 บก.ป. เข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และจับกุมผู้ต้องหาที่มีบทบาทในการบริหารจัดการและรับผลประโยชน์จากขบวนการได้จำนวน 3 คน
จากการซักถาม น.ส.รัตนากร ให้การว่า กลุ่มของตนจะคอยติดตามว่าช่วงใดมีการเปิดจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตหรืออีเวนต์ที่ได้รับความนิยม ก่อนเข้าไปนำรูปภาพการจองบัตร หรือภาพ E-Ticket ของผู้อื่นที่ประกาศขายบน X มาตัดต่อแก้ไขชื่อผู้ซื้อ เลขที่นั่ง และเพิ่มลายน้ำบัญชี X ของตนเอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือก่อนนำไปโพสต์หลอกขาย

นอกจากนี้ น.ส.รัตนากร ยังทำหน้าที่จัดหาบัญชี X ที่มีผู้ติดตามจำนวนมากกว่า 2,000 คน เพื่อนำมาใช้ก่อเหตุ โดยหลังจากใช้ก่อเหตุสำเร็จจะมีการเปลี่ยนชื่อบัญชีและ user ID ตลอดเวลาเพื่อกลับมาก่อเหตุซ้ำ และหลบเลี่ยงการตรวจสอบ
อีกทั้งยังมีการจัดหา “บัญชีม้า” เพื่อเช่าบัญชีสำหรับรับโอนเงินจากผู้เสียหาย พร้อมนำรูปบัตรประชาชนของเจ้าของบัญชีมาตัดต่อข้อความว่า “ใช้สำหรับขายบัตรคอนเสิร์ตเท่านั้น” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ผู้เสียหายตายใจ
จากการสอบสวนพบว่า น.ส.รัตนากร , น.ส.ศศิประภา และนายสุรกานต์ จะทำหน้าที่ค้นหาข้อมูลการจำหน่ายบัตรออนไลน์ ตอบแชตผู้เสียหาย และจัดหาบัญชีม้าสำหรับรับโอนเงิน เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้ามา กลุ่มคนร้ายจะรีบยักย้ายถ่ายเทเงินผ่านหลายบัญชี ก่อนถอนออกมาเป็นเงินสด

โดยมี น.ส.เจตสุภา และ น.ส.ธัญลักษณ์ ทำหน้าที่ถอนเงิน ก่อนรวบรวมฝากต่อเข้าบัญชีของ น.ส.รัตนากร หรือ น.ส.เจตสุภา แล้วจึงกระจายแบ่งผลประโยชน์ให้สมาชิกภายในกลุ่ม ซึ่งขบวนการดังกล่าวเริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567
จากการตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่พบบัญชี X ที่ใช้หลอกขายบัตรคอนเสิร์ตมากกว่า 350 บัญชี นอกจากนี้ จากการตรวจสอบระบบแจ้งความออนไลน์
รวมถึงเส้นทางการเงินของบัญชีผู้ใช้ X และบัญชีม้าที่เกี่ยวข้อง พบความเชื่อมโยงกับคดีหลอกขายบัตรคอนเสิร์ตออนไลน์มากกว่า 739 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 3.7 ล้านบาท
แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มคนร้าย พบว่ามีการรับเงินจากการกระทำความผิดมากกว่าจำนวนข้างต้น น่าเชื่อว่ามีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ไม่ได้แจ้งความ

โดยกลุ่มของผู้ต้องหานอกจากจะมีการหลอกขายบัตรคอนเสิร์ตทั้งศิลปินไทย และต่างประเทศ ยังหลอกขายทั้งงานแฟนมีต แฟนคอน งานเฟสติวัล ต่างๆ อีกจำนวนมาก
