“ผู้ใหญ่โอ๊ต”ร้องกองปราบ รื้อคดีฟ้องน้องชาย-น้องสะใภ้ปลอมลายเซ็นแม่ฮุบที่ดินมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

“ผู้ใหญ่โอ๊ต”ร้องกองปราบ รื้อคดีฟ้องน้องชาย-น้องสะใภ้ปลอมลายเซ็นแม่ฮุบที่ดินมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท มรดกตอนอยู่ ICU เงียบหายกว่า 2 ปี หวั่นอิทธิพลทำคดีสะดุด

อดีตผู้ใหญ่บ้านเมืองกรุงเก่าสุดทน ร้อง“จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่” พาเข้าพบ ตำรวจกองปราบ หลังแจ้งความคดีร่วมกันปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ที่ดินมรดก นานกว่า 2 ปี แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า แฉปมขัดแย้งสายเลือด คู่กรณีเป็นน้องชายและน้องสะใภ้ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและกว้างขวางในพื้นที่ หวั่นกระบวนการยุติธรรมถูกแทรกแซง ขอให้กองปราบ ช่วยรื้อคดี

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 พ.ค.69 ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง “จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่” พานายเอกรัฐ ธูปะเตมีย์ หรือ “ผู้ใหญ่โอ๊ต” อดีตผู้ใหญ่บ้านตำบลพุทเลา อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ขอความเป็นธรรมกรณีคดีไม่คืบหน้านานกว่าสองปี

นายเอกรัฐ หรือผู้ใหญ่โอ๊ต (ผู้ร้องเรียน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2567 ตนเองได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพระนครศรีอยุธยา หลังจากที่เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567 ได้เดินทางไปคัดเอกสารที่สำนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามคำสั่งเรียกพยานเอกสารของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาคดี

แต่เมื่อได้รับเอกสารและทำการตรวจสอบอย่างละเอียด กลับพบความผิดปกติร้ายแรงใน “ใบมอบอำนาจโอนที่ดิน” (เรื่องรับให้ที่ดินเฉพาะส่วน รวม 4 โฉนด มูลค่ากว่า 20 ล้านบาทซึ่งลงวันที่ 7 มีนาคม 2559 โดยเอกสารดังกล่าวระบุว่า นางสุนันท์ ธูปะเตมีย์ (มารดาของผู้ร้องเรียน) เป็นผู้มอบอำนาจในการทำนิติกรรม แต่ในความเป็นจริง วันที่ระบุในเอกสาร (7 มีนาคม 2559) มารดาของตนอยู่ในภาวะวิกฤต นอนรักษาตัวอยู่ภายในห้องไอซียู (ICU) โรงพยาบาลพญาไท 2

โดยเข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2559 และได้เสียชีวิตลงในวันที่ 9 มีนาคม 2559 จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่แม่ ซึ่งเป็นผู้ป่วยใช้ท่อช่วยหายใจและวิกฤติต่างๆ จะสามารถลงนามหรือเซ็นเอกสารมอบอำนาจดังกล่าวได้ ลายมือชื่อในเอกสารจึงเชื่อได้ว่าเป็นลายเซ็นปลอมอย่างแน่นอน

อดีตผู้ใหญ่โอ๊ต กล่าวเพิ่มเติม ว่า นับตั้งแต่วันที่เข้าแจ้งความจนถึงปัจจุบัน เวลาล่วงเลยมานานกว่า 2 ปีแล้ว ในปีแรกมีการส่งเรื่องไปยังสำนักงานที่ดินและทางอำเภอเพื่อทำการตรวจสอบ แต่หลังจากนั้นจนถึงปัจจุบันผ่านมาอีก 1 ปีเต็ม คดีกลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ และเงียบหายไปอย่างมีเงื่อนงำ

เมื่อเดือน มี.ค.69 ตนได้ไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ผบก.ภ.จว. พระนครศรีอยุธยา ได้ลงรับเรื่อง ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ต้นเดือน เมษายน ตนได้ไปติดตามถามความคืบหน้าทางคดี กับ รอง ผกก.นายหนึ่งที่ สภ. พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีนามสกุลเดียวกันกับตนและน้องชาย คือ “ธูปะเตมีย์” แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบความคืบหน้าในคดีนี้แต่อย่างใด

นอกจากนี้ในเดือนมีนาคม ตนได้แต่งตั้งทนายความให้ยื่นฟ้องต่อศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา ซึ่งศาลได้ยกคำฟ้อง

ตนเองเชื่อว่าสาเหตุที่คดีล่าช้าและติดขัด น่าจะเป็นเพราะคู่กรณีซึ่งเป็นน้องชายและน้องสะใภ้แท้ๆ ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีสายสัมพันธ์อันดีและรู้จักกับข้าราชการผู้ใหญ่ รวมถึงผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จำนวนมาก ทำให้ตนเองในฐานะพี่ชายไม่ได้รับความเป็นธรรมและเกรงว่าหลักฐานจะสูญหาย

ด้วยเหตุนี้ ตนจึงจำเป็นต้องออกมาร้องเรียนต่อ “จ่าคิงส์ สะพานใหม่” เพื่อขอความช่วยเหลือให้พาเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อให้ช่วยลงมาทำคดีและให้ความเป็นธรรมแก่ตนและดวงวิญญาณของมารดาที่ถูกละเมิดสิทธิ์ในขณะที่อวัยวะสังขารไม่เอื้ออำนวย

เบื้องต้นได้นำเอกสารลาย เซ็นของแม่ใบมอบอำนาจ แหละหนังสือยืนยันจากทางแพทย์โรงพยาบาล พญาไท 2 มาเป็นหลักฐานให้พนักงานสอบสวน บก.ป.ดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมายต่อไป

About The Author

Related posts