“ศึก 300 ล้าน” ต่างฝ่ายต่างรุก ไฮโซสาวแจ้งจับเซียนพระดัง-ด้าน “โทน บางแค” ร้อง ผบ.ตร. อ้างถูกบิ๊กตำรวจกดดัน

กรุงเทพฯ (1 พฤษภาคม 2569) – เกิดการเผชิญหน้าทางกฎหมายครั้งใหญ่ในวงการพระเครื่องและธุรกิจแบรนด์เนม เมื่อผู้เสียหายฝั่งนักธุรกิจหญิงเข้าแจ้งความกองปราบฯ ในขณะที่คู่กรณีอย่าง “โทน บางแค” เดินทางเข้าพบ ผบ.ตร. เพื่อร้องขอความเป็นธรรมในวันเดียวกัน

*ฝั่งผู้เสียหาย ร้องกองปราบฯ แฉขบวนการฉ้อโกง 300 ล้าน – นายเถลิงศักดิ์ อรรคทิมากูล ผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส. ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ “ไฮโซเก่ง” นักธุรกิจหญิง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเซียนพระชื่อดังในข้อหาฉ้อโกง โดยระบุพฤติการณ์ดังนี้

• จุดเริ่มต้น รู้จักกันตั้งแต่ปี 2565 มีการชักชวนทำธุรกิจรับซื้อแบรนด์เนมไปขายต่อ และการจำนองที่ดิน

• พฤติกรรมที่กล่าวหา มีการจ่ายเช็คแทนเงินสดซึ่งภายหลังพบว่าเป็น “เช็คเด้ง” ซ้ำซาก นอกจากนี้ยังมีการนำของแบรนด์เนมไปใช้ส่วนตัวแทนการนำไปขายตามที่ตกลง

• ประเด็นเอกสาร ผู้เสียหายอ้างว่าเคยถูกมอมสุราจนมึนงง ก่อนถูกเกลี้ยกล่อมให้ลงนามในเอกสารสัญญาที่เสียเปรียบ

• มูลค่าความเสียหาย จากการตรวจสอบทรัพย์สินค้ำประกัน (พระเครื่อง 152 องค์) พบว่ามีการตีราคาเกินจริงไปเกือบเท่าตัว รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท

*ฝั่งเซียนพระ “โทน บางแค” บุก ตร. ร้องถูก “บิ๊กตำรวจ” บีบเปลี่ยนสัญญา – ในวันเดียวกัน นายโทนทอง สุขแก่น หรือ “โทน บางแค” เซียนพระชื่อดัง ได้เดินทางไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เพื่อขอความเป็นธรรม โดยมีประเด็นสำคัญคือ:

• อ้างการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ นายโทนทองระบุว่า ตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการทำงานของตำรวจระดับสูง (รองเต่า รอง ผบช.ก.)

• ปมกดดันเซ็นสัญญา อ้างว่าให้บุคคลที่สาม (ป๋อง สุพรรณ) เรียกตัวไปพบโดยไม่มีหมายเรียก และถูกกดดันให้ทำ “สัญญารับสภาพหนี้ฉบับใหม่” แทนฉบับเดิมที่เคยทำไว้กับไฮโซเก่ง ซึ่งสัญญาใหม่นี้ทำให้ตนเองตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างมากในทางคดี

***บทสรุปสถานการณ์***

คดีนี้กลายเป็นมหากาพย์การฟ้องร้องที่ซับซ้อน เนื่องจากฝ่ายหนึ่งแจ้งความในประเด็น “ฉ้อโกงทรัพย์สิน” ขณะที่อีกฝ่ายโต้กลับด้วยการร้องเรียนเรื่อง

“กระบวนการยุติธรรมและการใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงาน”

ขณะนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้รับเรื่องจากฝั่งผู้เสียหายไว้พิจารณาแล้ว ขณะที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการร้องเรียนนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามระเบียบต่อไป

About The Author

Related posts