จากกรณีเมื่อวันที่ 28 พ.ค.68 นายกฤษฎา อินทามระ หรือ “ทนายปราบโกง” ได้เดินทางเข้าแจ้งความ พงส.บก.ปปป. ให้ดำเนินคดีกับเจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดสมุทรปราการ และกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวม 4 ราย ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม.157) และทุจริตต่อหน้าที่ หลังพบกระบวนการขายทอดตลาดบ้านและที่ดินโดยไม่โปร่งใส มีลักษณะร่วมกันปิดบังข้อมูลการขายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องเข้าประมูลทรัพย์ในราคาถูก

ทั้งนึ้ เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากการขายทอดตลาดบ้านพักในหมู่บ้านหรูย่านศรีนครินทร์ ซึ่งทนายกฤษฎาเป็นผู้ครอบครองอยู่ โดยมีประเด็นสำคัญ
-เลี่ยงปิดประกาศ ณ ทรัพย์จริง เจ้าพนักงานเดินหมาย ถูกกล่าวหาว่าไม่ได้นำประกาศขายทอดตลาดไปปิดที่ตัวบ้านพิพาทจริง แต่กลับนำไปปิดไว้ที่ “โรงจอดรถของเพื่อนบ้าน” (ซึ่งเป็นผู้สนใจซื้อทรัพย์)

-ถ่ายรูปสร้างหลักฐานเท็จ มีการถ่ายภาพการปิดประกาศไว้เป็นหลักฐานเพื่อรายงานหัวหน้าว่าดำเนินการเรียบร้อยแล้ว แต่หลังจากถ่ายรูปเสร็จกลับ “ดึงประกาศออกทันที” เพื่อไม่ให้ผู้ครอบครองทรัพย์ทราบกำหนดการขาย
-เอื้อประโยชน์เครือญาติ ผู้ที่ชนะการประมูลในนัดแรก (วันที่ 19 ธันวาคม 2567) คือนาย “ส“ ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับที่เปิดทางให้พนักงานเข้าไปปิดประกาศในจุดที่มองไม่เห็น ทำให้ทนายกฤษฎาเสียสิทธิในการคัดค้านหรือเข้าสู้ราคาอย่างเป็นธรรม

ล่าสุด ความคืบหน้าในเรื่องนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดสมุทรปราการ ได้มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาเบื้องต้น โดยมีมติ “รับเรื่องไว้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ” หลังจากพบว่าข้อร้องเรียนมีมูลความจริง โดยเฉพาะประเด็นที่เจ้าหน้าที่รัฐอาจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
ด้าน ทนายกฤษฎา ระบุว่าการกระทำดังกล่าวทำให้ตนได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง และเป็นการทำลายระบบความยุติธรรมในกระบวนการบังคับคดี

“หากการขายทอดตลาดโปร่งใสจริง เหตุใดต้องแอบปิดประกาศผิดที่? การกระทำนี้มีเจตนาพิเศษเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มบุคคลกลุ่มเดียวได้รับทรัพย์ไปโดยมิชอบ ผมจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานต่อไป”

ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการสอบสวนเชิงลึกของ ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเอาผิดกับเจ้าหน้าที่และพลเรือนที่มีส่วนร่วมในขบวนการนี้ทั้งหมด
