วันที่ 24 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีเหตุการณ์กลุ่มนักท่องเที่ยวถูกลอยแพ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ โดยสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคเหนือ ได้รับประสานงานจากสถานีตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ เพื่อเข้าตรวจสอบเหตุความวุ่นวายหลังพบกลุ่มนักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่สามารถเดินทางได้

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. มีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยรวม 31 ราย ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดเชียงราย (รวมถึงท่านเจ้าอาวาสวัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย) ได้เข้าแจ้งขอความช่วยเหลือต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวประจำสนามบิน โดยระบุว่าได้ซื้อโปรแกรมท่องเที่ยวเส้นทาง “คุนหมิง-ฉงชิ่ง ประเทศจีน” กำหนดการเดินทางระหว่างวันที่ 24-29 เมษายน 2569
กลุ่มผู้เสียหายให้การว่า ได้ติดต่อซื้อทัวร์ผ่าน นางสาว อ. (นามสมมุติ) และได้รับเอกสารใบแจ้งหนี้ในนาม ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ. (นามสมมุติ) แต่เมื่อถึงกำหนดการเช็กอิน ณ เคาน์เตอร์สายการบิน กลับพบว่าไม่มีการสำรองที่นั่งหรือออกตั๋วโดยสารสำหรับการเดินทางในครั้งนี้ ทำให้คณะทั้งหมดไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้
ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง
เจ้าหน้าที่สำนักงานทะเบียนฯ สาขาภาคเหนือ ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ได้รุดเข้าตรวจสอบและควบคุมตัว นางสาว อ. (นามสมมุติ) ซึ่งปรากฏตัวอยู่ในที่เกิดเหตุมาสอบสวน โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

การแอบอ้างใบอนุญาต: นางสาว อ. อ้างว่าใช้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวของ บริษัท เค.เค.ทราเวล แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (เลขที่ 21/01112) ในการเสนอขายทัวร์
คำชี้แจงจากบริษัทที่ถูกอ้างชื่อ: เจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยัง บริษัท เค.เค.ทราเวลฯ ซึ่งได้รับคำยืนยันว่า “ไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการขายรายการนำเที่ยวดังกล่าว” โดยทางบริษัทได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้วที่ สภ.เมืองเชียงราย ในวันเดียวกัน
สถานะผู้ขาย: จากการตรวจสอบฐานข้อมูลระบบทะเบียน พบว่าทั้ง นางสาว อ. และ หจก.เอ (นามสมมุติ) ไม่เคยได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

จากการรวบรวมหลักฐานและการโอนเงินของผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ นางสาว อ. ในความผิดฐาน:
“ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต”ตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 มาตรา 15 ประกอบมาตรา 80 เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา และนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลการเยียวยาผู้เสียหายต่อไป
