ระยอง – ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลหนองกระลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ออกมาร้องเรียนกรณีบ่อทรายหลายแห่งในพื้นที่ ลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ส่งผลให้น้ำมีสภาพขุ่นดำ มีกลิ่นเหม็น และอาจกระทบต่อการใช้น้ำในชีวิตประจำวัน รวมถึงระบบนิเวศในระยะยาว

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีบ่อทรายอย่างน้อย 4 แห่งในพื้นที่ดังกล่าว โดยบางแห่งมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายแต่เป็นใบอนุญาติจากเทศบาลเท่านั้น ขณะที่บางแห่งไม่มีใบอนุญาต และ ยังไม่ได้ดำเนินการขออนุญาตประกอบกิจการจากหน่วยงานอุตสาหกรรมแต่อย่างใด ซึ่งบ่อทรายที่ถูกต้อง การ “ล้างทราย” (เช่น บ่อทราย/คัดแยกทราย/ล้างกรวดทราย) ถือว่าเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องทั้ง การใช้ทรัพยากรดิน/น้ำ + อุตสาหกรรม + สิ่งแวดล้อม ดังนั้นต้องขออนุญาตหลายหน่วยงาน ไม่ใช่แค่ที่เดียว
(1) อุตสาหกรรมจังหวัด ขอ “ ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4)”
ถ้ามีการล้าง คัดแยก บด หรือใช้เครื่องจักร ถือเป็นโรงงานทันที
(2) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เช่น อบต. / เทศบาล
ขอใบอนุญาตก่อสร้าง/ใช้พื้นที่ ขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
(3) กรมเจ้าท่า (ถ้าอยู่ใกล้แม่น้ำ/ลำน้ำ) ขออนุญาตใช้น้ำ/ดูดทราย/ปล่อยน้ำลงแหล่งน้ำ
(4) กรมทรัพยากรน้ำ / กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ถ้ามีการสูบน้ำขึ้นมาใช้จำนวนมาก
(5) สำนักงานสิ่งแวดล้อม / สผ. บางกรณีต้องทำ EIA (รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม)
โดยเฉพาะพื้นที่ขนาดใหญ่
(6) กรมที่ดิน ต้องเป็นที่ถูกต้องตามโฉนด

ห้ามขุดผิดประเภทที่ดิน
เอกสารที่ต้องมี (หลัก ๆ) โฉนดที่ดิน / หนังสือยินยอมเจ้าของ แบบแปลนพื้นที่ / ผังโรงงาน
รายการเครื่องจักร
รายงานการใช้น้ำ + ระบบบำบัดน้ำเสีย
แผนป้องกันฝุ่น เสียง และผลกระทบชุมชน
เรื่อง “ความลึกในการขุด” อันนี้สำคัญมาก เพราะผิดกฎหมายกันเยอะ
โดยทั่วไป (ขึ้นอยู่กับพื้นที่และหน่วยงานกำหนด):
ขุดได้ประมาณ ไม่เกิน 3 – 5 เมตร ต้องไม่กระทบ: ระดับน้ำใต้ดินกันตลิ่งพัง ที่ดินข้างเคียง
ต้องเว้นระยะจากแนวเขตที่ดิน (เช่น 2–5 เมตรขึ้นไป)

ถ้าเป็น “บ่อทรายขนาดใหญ่”
อาจต้องทำเหมือง → กฎหมายคนละชุดเลย (เข้มกว่า)
การใช้เครื่องจักร เครื่องที่ใช้หลัก ๆ:รถแบคโฮ (ขุด) รถตัก (Loader) เครื่องร่อนทราย เครื่องล้างทราย
ปั๊มน้ำ
ต้องแจ้งรายการเครื่องจักรกับอุตสาหกรรม ต้องมีมาตรการ: ลดฝุ่น (ฉีดน้ำ) ลดเสียง จัดการน้ำเสีย (ห้ามปล่อยน้ำขุ่นลงแม่น้ำตรง ๆ) เรื่องน้ำเสีย (สำคัญมาก) ต้องมี “บ่อพัก/บ่อตกตะกอน” น้ำต้องใสก่อนปล่อยออก ห้ามปล่อยน้ำดำ/ขุ่นลงแหล่งน้ำโดยตรง ถ้าฝ่าฝืน = มีโทษทั้งปรับ + ปิดกิจการ
ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม น้ำที่เคยใช้เพื่ออุปโภคบริโภคเริ่มมีคุณภาพแย่ลง จนไม่มั่นใจในความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีการระบายน้ำจากบ่อทรายลงสู่ลำน้ำมากขึ้น

“ตอนนี้น้ำดำ มีกลิ่น ใช้ก็ไม่สบายใจ กลัวจะกระทบสุขภาพลูกหลานในระยะยาว” ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าว
ทั้งนี้ ชาวบ้านได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และหน่วยงานภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะ รัฐมนตรีกระทรวงทรัพย์ยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน พร้อมดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ประกอบการที่กระทำผิด เพื่อป้องกันความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน เบื้องต้นคาดว่าหากไม่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด ปัญหาน้ำเสียอาจขยายวงกว้างและส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบมากยิ่งขึ้นในอนาคต ล่าสุดท่านนายอำเภอบ้านค่าย จ.ระยอง นาย วิจิตร พาพลงาม

นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงตรวจสอบ ติดตามผลและในวันพรุ่งนี้จะมี หน่วยงานกรมชลประธานลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง
