ปฏิบัติการบุกทลายเครือข่ายหลอกลงทุน “1000x.live” และ “Wowbit” รวบ 3 ผู้ต้องหาสายตรง “แอ็คมี่” ยึดทรัพย์สินหรู รถพอร์ช-แบรนด์เนมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท พบความเสียหายรวมพุ่งทะลุ 1,300 ล้านบาท

บก.ปอศ. เปิดปฏิบัติการบุกทลายเครือข่ายหลอกลงทุน “1000x.live” และ “Wowbit” รวบ 3 ผู้ต้องหาสายตรง “แอ็คมี่” ยึดทรัพย์สินหรู รถพอร์ช-แบรนด์เนมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท พบความเสียหายรวมพุ่งทะลุ 1,300 ล้านบาท ด้านตัวการใหญ่ยังหลบหนีต่างประเทศ จ่อประสานออกหมายแดงล่าตัว

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 มีนาคม ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิตติโชติ เพ็ญจำรัส รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส ผกก.5 บก.ปปป. รรท.ผกก.3 บก.ปอศ., พ.ต.อ.ชำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายหลอกลวงลงทุนสกุลเงินดิจิทัลรายใหญ่ 2 รายประกอบด้วยแพลตฟอร์ม “1000x.live” และโปรเจกต์เหรียญ “Wowbit” ซึ่งมีพฤติการณ์เชื่อมโยงกัน โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ทั้งหมด 3 ราย

รายแรกคือ น.ส.จุฑามาศ (สงวนนามสกุล) ถูกรวบตัวได้ที่อาคารลูคัส ซอยนาคนิวาส 7 ขณะเตรียมเดินทางไปสนามบิน รายที่สองคือนายอติชาต (สงวนนามสกุล) ถูกจับกุมได้ขณะกำลังจะขึ้นเครื่องบิน ที่อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง ทั้งคู่ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และสมคบกันฟอกเงิน ส่วนรายที่สามคือนายศักดินา (สงวนนามสกุล) ถูกจับกุมได้ที่บ้านพักย่านดอนเมือง ในข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและฉ้อโกงประชาชน

ปฏิบัติการครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังตรวจค้นเป้าหมายรวม 5 จุด ในพื้นที่เขตลาดพร้าวและดอนเมือง รวมถึงบริษัท บิทแนนซ์ จำกัด สามารถตรวจยึดของกลางเป็นรถยนต์หรู 4 คัน คือ Bentley และ Mercedes-Benz มูลค่า 25 ล้านบาท สินค้าแบรนด์เนมชื่อดังอย่าง Hermes, Louis Vuitton และ Chanel รวม 42 รายการ เครื่องประดับอีกกว่า 60 รายการ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ควบคุมระบบ ตลอดจนโฉนดที่ดินในกรุงเทพฯ ที่มีชื่อนายวรวัฒน์ และ น.ส.ณัฐชา ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ซึ่งซื้อมาในราคา 30 ล้านบาท โดยทรัพย์สินที่ยึดได้ในเบื้องต้นมีมูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท

พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส เปิดเผยเบื้องหลังคดีว่า สืบเนื่องจาก ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษนายวรวัฒน์ หรือ “แอ็คมี่” เจ้าของเพจ “Acme Traderist” ฉายาวาฬบิทคอยน์เมืองไทย ในข้อหาประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนที่ตำรวจจะสืบสวนขยายผลจนพบพฤติการณ์หลอกลวงในแพลตฟอร์ม 1000x.live โดยการจัดกิจกรรม “ภารกิจทำ 3,000 ให้เป็น 10,000 ดอลลาร์” อ้างกำไรสูงถึง 200% และใช้วิธีไลฟ์สดโชว์พอร์ตกำไรเพื่อจูงใจให้เหยื่อทำตามแบบ Follow Trade แต่สุดท้ายกลับถอนเงินไม่ได้ มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายเฉพาะส่วนนี้หลายร้อยล้านบาท

ขณะที่ พ.ต.อ.ชำนาญ จันทร์เทศ ระบุถึงคดี “Wowbit” ว่าเป็นกลอุบายใหม่ที่กลุ่มผู้ต้องหาใช้หลอกลวงต่อเนื่อง โดยชักชวนลงทุนเหรียญ “ACT Coin” และการฝากสินทรัพย์เพื่อรับผลตอบแทนสูง (Earn) โดยมีนายศักดินา พนักงานในเครือข่ายทำหน้าที่เปิดบัญชีรับโอนเงิน พบยอดเงินหมุนเวียนกว่า 549 ล้านบาท มีพฤติการณ์ “เดินสายถอนเงินสด” หลายสาขาในวันเดียวเพื่อนำไปฟอกเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านระบบ DeFi ปิดบังเส้นทางการเงิน ซึ่งหลักฐานชี้ชัดว่านายวรวัฒน์เป็นตัวการใหญ่ที่คุมบังเหียนทั้งสองขบวนการ

ด้าน พ.ต.อ.นิตติโชติ เพ็ญจำรัส กล่าวสรุปภาพรวมว่า คดีนี้มีการออกหมายจับทั้งหมด 7 หมาย จับกุมได้แล้ว 3 ราย อยู่ในเรือนจำ 1 ราย และยังหลบหนีอยู่ต่างประเทศอีก 2 ราย คือนายวรวัฒน์ และกรรมการบริษัทที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ โดยพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปถึงตัวการใหญ่เกือบ 800 ล้านบาท แม้ผู้ต้องหาจะอยู่ต่างประเทศแต่ยังคงใช้การไลฟ์สดสร้างความเชื่อถือหลอกลวงเหยื่ออย่างต่อเนื่อง ถึงขนาดอ้างกับผู้เสียหายว่าหมายจับที่เห็นเป็นของปลอมจนเหยื่อบางรายยังหลงเชื่อโอนเงินให้

เบื้องต้นผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ให้การภาคเสธและปฏิเสธในบางข้อหา โดย น.ส.จุฑามาศ ทำหน้าที่รวบรวมเงินและเปลี่ยนจากคริปโตเป็นเงินสดส่งต่อให้คนใกล้ชิดและนายวรวัฒน์ ส่วนนายอติชาตทำหน้าที่รับเงินคริปโตและถอนเป็นเงินสด ซึ่งตำรวจกำลังสืบสวนหาทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม และเตรียมประสานอินเตอร์โพลเพื่อออกหมายแดงติดตามตัวนายวรวัฒน์มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อผู้ที่อ้างตัวเป็นกูรูโชว์รวยด้วยรถหรูหรือพอร์ตกำไรเกินจริง เพราะอาจตกเป็นเหยื่อขบวนการแชร์ลูกโซ่ออนไลน์ในที่สุด

 

/////

About The Author

Related posts