กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้ การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว, พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป.,ว่าที่ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.พงศกร ตันอารีย์, พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ,พ.ต.ท.ทัตพร เลขะวัฒนพงษ์, พ.ต.ท.สิทธิพร มีอาษา และ พ.ต.ท.ปรัชญ์ แม้นเดช รอง ผกก.2 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม บก.ป. นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.ไพวรรณ ตั้นหลก สว.กก.2 บก.ป., ร.ต.ต.สังคมม่วงนาค, ร.ต.ต.ประเสริฐ กิทำ, ว่าที่ ร.ต.ต.อุดม นวลเทศ รอง สว.(ป.) กก.2 บก.ป. เจ้าหน้าที่ กก.สืบสวน ภ.จว.นครสวรรค์ นำโดย พ.ต.ท.ปรีดี กิตติวัฒนากูล สว.กก.สืบสวน ภ.จว.นครสวรรค์, ร.ต.อ.มนต์ เจริญจิตร, ร.ต.อ.ธนภัทร จันธิบุญ รอง สว.กก.สืบสวนฯ
เจ้าหน้าที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ ภ.จว.นครสวรรค์ ภายใต้การอำนวยการ พ.ต.อ.ภูมิรพี ผลาภูมิ ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์, พ.ต.ท.พรชัย ขุนพิลึกลือเดช รอง ผกก.(สส.) สภ.เมืองนครสวรรค์, พ.ต.ท.จักรภพ ทองย้อย สว.(สส.) สภ.เมืองนครสรรค์, พ.ต.ท.วิโรจน์ ทองวัน สว.(สส.) สภ.เมืองนครสรรค์, ร.ต.อ.วัฒนะ สายพรหม, ร.ต.อ.วันดี เอกศิริ, ร.ต.ท.สามารถ สุหร่ายมาตร์ รอง สว.(สส.) สภ.เมืองนครสวรรค์

ร่วมกันจับกุมตัว นายเสกสรรฯ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ ที่ 51/2564 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 กระทำความผิดฐาน “กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี โดยขู่เข็ญ
ด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ และใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งไม่ใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศของบุคคลอื่น และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ”
สถานที่จับกุมตัว บริเวณถนนภายในหมู่บ้าน หมู่ที่ 1 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
พฤติการณ์ ผู้ต้องหาได้รู้จักกับผู้เสียหายผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ และมีการพูดคุยกันเป็นระยะเวลาประมาณ 2 เดือน โดยแสดงตนเป็นบุคคลสุภาพจนผู้เสียหายเกิดความไว้วางใจ ต่อมาผู้ต้องหาได้ชักชวนให้ผู้เสียหายไปดูภาพยนตร์ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ใน จ.นครสวรรค์ ซึ่งผู้เสียหายได้ตอบตกลงโดยเมื่อได้พบเจอผู้ต้องหาแล้วเห็นว่ามีลักษณะเป็นบุคคลปกติ ไม่มีท่าทีเป็นภัยจึงเกิดความไว้วางใจ

หลังจากดูภาพยนตร์เสร็จสิ้น ผู้เสียหายได้ขอให้ผู้ต้องหาขับรถไปส่งที่บ้านด้วยความเชื่อใจแต่เหตุการณ์กลับพลิกผัน ระหว่างทางผู้ต้องหาเริ่มพูดจาชักชวนขอมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายได้ปฏิเสธอย่างหนักแน่น แต่ผู้ต้องหากลับไม่ยอมล้มเลิกกลับใช้กำลังบังคับกดขี่ข่มเหง กระทำการอนาจารโดยจับต้องร่างกาย และใช้วัตถุล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายโดยไม่ยินยอม
ผู้เสียหายพยายามต่อสู้ขัดขืนสุดกำลังทั้งร้องไห้ และตะโกนขอความช่วยเหลือด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุดท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่สามารถหลบหนีได้ในขณะนั้น กระทั่งผู้ต้องหาเห็นว่าผู้เสียหายไม่ยินยอมและพยายามต่อต้านอย่างต่อเนื่อง จึงยอมยุติการกระทำลง ก่อนพาผู้เสียหายกลับไปส่งยังห้างสรรพสินค้าแห่งเดิมและหลบหนีไป
ภายหลังผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน จนกระทั่ง ศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลติดตามตัวจนเชื่อได้ว่า ผู้ต้องหาหลบหนีมาพักอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใน จ.ปทุมธานี จึงได้วางแผนเฝ้าตรวจสอบและพบผู้ต้องหามีลักษณะรูปพรรณตำหนิตรงตามบุคคลในหมายจับ เดินอยู่ภายในหมู่บ้านดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน ภ.จว.นครสวรรค์ และ สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้สนธิกำลังเข้าจับกุมตัว นายเสกสรรฯ และ ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุมตามขั้นตอนกฎหมาย แจ้งสิทธิผู้ต้องหาอย่างครบถ้วนและบันทึกภาพและเสียงตลอดกระบวนการ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ.2565
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัย การนัดพบบุคคลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเหตุอันตรายสามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งเพศหญิงและเพศชาย แม้จะมีการติดต่อพูดคุยกันมาแล้วระยะหนึ่งก็ตาม การนัดพบกับบุคคลที่ยังไม่คุ้นเคยควรเลือกสถานที่สาธารณะในการพบปะ และหลีกเลี่ยงการอยู่ตามลำพัง รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการโดยสารรถหรือเดินทางไปในที่ลับตากับบุคคลที่เพิ่งรู้จัก ทั้งนี้ควรแจ้งบุคคลใกล้ชิดให้ทราบถึงสถานที่และช่วงเวลาในการนัดหมายทุกครั้ง
หากระหว่างการพบปะพบพฤติการณ์ผิดปกติ หรือรู้สึกไม่ปลอดภัย ให้รีบออกจากสถานการณ์ทันทีและหากเกิดเหตุหรือเป็นผู้เสียหาย ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็วเพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ว่าที่ พ.ต.ท.ไพรวรรณ ตั้นหลก โทร.085 – 4296579
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”

