ที่ จ.นครปฐม-เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลวงพี่น้ำฝน วัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม นำพระบอย สติกเกอร์ ปากน้ำ และคณะสงฆ์ รุดมอบเตียงสำหรับผู้ป่วยและเครื่องยังชีพให้กับผู้ป่วยที่มีอาการนอนติดเตียง สุดอึ้ง! พบ 3 ชีวิต ถูกตัดไฟฟ้านานนับปี ถูกตัดน้ำประปามากกว่า 4 เดือน กลางคืนต้องใช้การจุดเทียนให้แสงสว่าง อยู่กลางเมืองนครปฐม

ในโครงการธนาคารแห่งกำลังใจ วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นการมอบเตียงสำหรับผู้ป่วย ในลำดับที่ 111 โดยพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมพระอารามฯ ได้นำพระอานนท์ หรือนายอานนท์ ภักตร์ดวงจันทร์ อายุ 46 ปี หรือชื่อทางโลกที่สังคมรู้จัก คือบอยสติกเกอร์ ปากน้ำ ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจเกี่ยวกับการติดสติกเกอร์และรับสีรถยนต์ชื่อดังของเมืองไทย พร้อมคณะสงฆ์วัดไผ่ล้อมและเจ้าหน้าที่ นำเตรียมสำหรับผู้ป่วย พร้อมเครื่องยังชีพ ผ้าอ้อมสำหรับผู้ป่วย ไปมอบให้กับนางอรุณ คุ้มเนตร อายุ 65 ปี บ้านเลขที่ 38 ซอย พวงสำลี 3 ตำบลบ่อพลับ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ซึ่งนอนป่วยติดเตียงด้วยอาการความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและไขมันในเส้นเลือดสูง โดยพบเนื้องอกในสมอง และศรีษะ 2 จุด โดยไม่สามารถผ่าตัดได้
การเข้าให้การช่วยเหลือครั้งนี้ได้รับการประสานจากผู้นำชุมชน และเพื่อนบ้านที่ได้ให้ข้อมูล พบว่าในบ้านหลังดังกล่าวใช้ชีวิต อยู่ร่วมกันสามคนประกอบด้วยนางอรุณ ผู้ป่วย บุตรสาวและลูกเขย ซึ่งพบว่าสภาพภายในบ้านมีความเก่าสุดโทรม ไม่ค่อยถูกสุขลักษณะโดย หลวงพี่น้ำฝนได้เข้าสอบถามอาการและให้กำลังใจ ซึ่งทราบว่านางอรุณได้มีอาการล้มอยู่บ้านพักและอาการไม่ดี ลูกหลานจึงได้มีการโทรศัพท์ ไปยังศูนย์กู้ชีพ 1669 มารับตัวในวันรุ่งขึ้น และได้นอนพักรักษาตัวก่อนแพทย์จะได้อนุญาตให้กลับมาพักฟื้นที่บ้านพักซึ่งเป็นบ้านเช่า กลับมาแล้วไม่มีรายได้มากพอที่จะไปซื้อเตียงสำหรับผู้ป่วยในการดูแลและฟื้นฟูร่างกาย เพื่อทราบว่าวัดไผ่ล้อมมีโครงการธนาคารแห่งกำลังใจ จึงได้มาประสานเพื่อขอรับการช่วยเหลือ
นอกจากนี้ข้อมูลที่คณะดำเนินการได้ทราบทำให้หลายคนถึงกับอึ้งเนื่องจากพบว่าบ้านหลังนั้นดังกล่าวถูกตัดไฟฟ้าไปแล้วนานนับปี และน้ำประปาได้ถูกตัดไปแล้วกว่าสี่เดือน ทำทั้งสามชีวิตใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก เป็นลักษณะสุญญากาศ โดยช่วงกลางวัน ลูกเขยจะมีหน้าที่ออกไปทำงานเพื่อหาอะไรได้ ส่วนลูกสาวจะทำหน้าที่คอยดูแลนางอยู่ที่บ้านพัก เนื่องจากต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องจึงทำให้ขาดกำลังในการออกไปหารายได้ ลูกเขยของนางอรุณบอกว่าช่วงกลางวันอากาศเข้าสู่ช่วงหน้าร้อนก็จะต้องใช้วิธีอดทนซึ่งตัวเองและภรรยายังพอทนไหวแต่ทางแม่ยายซึ่งเป็นผู้ป่วยจะใช้ชีวิตค่อนข้างยากลำบากมาก ส่วนช่วงในเวลากลางคืนก็จะใช้วิธีจุดเทียนเพื่อให้แสงสว่าง ซึ่งเป็นเช่นนี้มาแล้วนานนับปี
หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่าครอบครัวนี้ถือเป็นครอบครัวซึ่งมีความยากลำบากอีกหนึ่งครอบครัวเนื่องจากไม่มีไฟฟ้าใช้มาเป็นแรมปี และน้ำประปาก็ยังไม่มีใช้ ต้องใช้ลักษณะของการไปกรอกใส่ถังเพื่อ อุปโภคบริโภคและขอต่อจากเพื่อนบ้านและแชร์ค่าใช้จ่ายให้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในความยากลำบากของการดำเนินชีวิตในช่วงเศรษฐกิจเช่นนี้ และยิ่งทำให้รู้สึกยากมากขึ้นหากเกิดสภาวะสงครามที่จะเริ่มบานปลาย ตอนนี้จึงขอประสานงานเพื่อให้การช่วยเหลือกับหน่วยงานต่างๆที่สามารถจะเข้ามาดูครอบครัวนี้ได้อย่างเป็นธรรมให้มากขึ้น กว่านี้ได้มอบภาพของหลวงพ่อพูล อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และให้หลักธรรมในการดำเนินชีวิตสืบไป

ขณะที่ประธานชุมชนบอกว่าทราบปัญหาของครอบครัวนี้แล้วได้เข้ามาดูภายในบ้านพบว่ามีสิ่งที่ไม่ถูกสุขลักษณะสำหรับผู้ป่วยและการดำเนินชีวิตอยู่ในเบื้องต้นก็จะมีการประสานงานนำชุด อสม. และชาวบ้านเข้ามาร่วมร่วมกันในการทำความสะอาดปัดกว่าจะถูกเอาเศษฝุ่นและสิ่งปฏิกูลออกจากผู้ป่วย ซึ่งอาจจะเป็นพาหะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพด้านอื่นได้และขอเมตตาจากหลวงพี่น้ำฝนให้ประสานความร่วมมือกับหน่วยราชการอื่นๆที่มีหน้าที่กำกับดูแลให้เข้าช่วยเหลือครอบครัวนี้โดยด่วนต่อไป
