แถลงผลการปฏิบัติ ปฏิบัติการ “ปอกเปลือกนอมินี” ตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ

เวลา 13.30 น. วันที่ 10 มี.ค.69 ที่ ห้องแถลงข่าวชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ บช.ก. พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานเเถลงข่าว พร้อม นายพูนพงษ์ นัยนาภาภรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาฯ และ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. แถลงผลการปฏิบัติ ปฏิบัติการ “ปอกเปลือกนอมินี” ตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ

/////////

บช.ก. ผนึกกำลัง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทลายเครือข่าย “ล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ” สกัดวงจรบิดเบือนราคา ทำเกษตรกรไทยพัง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 มี.ค. 69 ที่ห้องแถลงข่าวชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย นายพูนพงษ์ นัยนาภาภรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ “ปอกเปลือกนอมินี” หลังระดมกำลังเข้าตรวจค้นเครือข่ายล้งมะพร้าวต่างชาติ 8 จุด ในพื้นที่ จ.ราชบุรี พบพฤติการณ์ใช้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่อผูกขาดตลาดและกดราคารับซื้อจากเกษตรกร

เปิดโปง 3 แผนประทุษกรรม ฮุบส่วนต่างราคามหาศาล

จากการสืบสวนเชิงลึกของ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พบว่ากลุ่มทุนต่างชาติมีพฤติการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจฐานรากอย่างรุนแรง ดังนี้

1.นอมินีสายเลือดไทย ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้น 51% ตามกฎหมาย แต่จากการสอบปากคำพบว่าเป็นเพียงพนักงานระดับปฏิบัติการ หรือบุคคลที่ถูกจ้างมาเซ็นชื่อ โดยไม่มีอำนาจตัดสินใจหรือได้รับส่วนแบ่งกำไรจริง

2.การสั่งการตรงจากต่างประเทศ ตรวจยึดหลักฐานการสนทนาผ่านแอปพลิเคชัน พบว่าอำนาจการสั่งซื้อ การกำหนดราคา และโลจิสติกส์ทั้งหมด ถูกควบคุมโดยนายทุนสัญชาติจีน

3.กลไกผูกขาดวงจรปิด มีการทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวเพื่อทำสวนเอง (ต้นน้ำ) จัดตั้งสถานประกอบการอำพราง (กลางน้ำ) และส่งออกไปยังเครือข่ายของตนเองในต่างประเทศ (ปลายน้ำ)

ผลกระทบ กลุ่มทุนเหล่านี้กดราคารับซื้อหน้าสวนจากเกษตรกรไทยเหลือเพียง 2-5 บาทต่อลูก แต่กลับนำไปแปรรูปส่งออกขายในราคาสูงถึง 35-50 บาทต่อลูก โดยโอนกำไรมหาศาลกลับประเทศต้นทางโดยตรง

ผลการปฏิบัติและของกลาง

เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจค้นบริษัทเป้าหมาย 8 แห่ง พบบริษัทที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 6 แห่ง พบผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล 6 ราย บุคคลสัญชาติไทย 10 ราย และชาวต่างชาติ 7 ราย พร้อมตรวจยึดเอกสารทางบัญชีและภาษี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมกว่า 10 กล่อง

คำเตือนจากเจ้าหน้าที่

พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ และทีมแถลงข่าว เน้นย้ำว่า การรับจ้างเป็น “นอมินี” มีโทษทางอาญาจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 – 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจและแย่งอาชีพคนไทย โดยหลังจากนี้จะขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: พ.ต.ท.วรวุฒิ คงรักษา สว.กก.4 บก.ปอศ. โทร. 082-481-8813 หรือติดตามผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ตำรวจสอบสวนกลาง”

About The Author

Related posts