สืบนครบาล 6 สนธิกำลังหน่วยข่าวกรองทหาร ทลายเซฟเฮาส์กำแพงแสน ยึดยาเสพติดบิ๊กล็อต 1.4 ตัน-ยาบ้าล้านเม็ด ตัดวงจรส่งพื้นที่ชั้นใน

บช.น. แถลงผลงานสืบสวนนครบาล 6 ร่วมกับข่าวกรองทหาร บุกค้นแหล่งพักยาย่านกำแพงแสน จ.นครปฐม รวบ 3 ผู้ต้องหาเฝ้าของกลาง พร้อมยาไอซ์-คีตามีน น้ำหนักรวมกว่า 1.4 ตัน และยาบ้าอีก 1 ล้านเม็ด สารภาพรับค่าจ้างครั้งละ 7 หมื่นบาท

วันที่(7 มี.ค. 2569) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. และทีมสืบสวน บก.น.6 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 แถลงผลปฏิบัติการทลายแหล่งพักยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง

ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มจากการขยายผลกลุ่มลูกค้ายาเสพติดที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้า โดยชุดสืบสวน บก.น.6 ร่วมกับหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก ลงพื้นที่สืบสวนติดตามเส้นทางลำเลียงยาเสพติดที่จะกระจายเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน จนพบเบาะแสสำคัญว่ามีแหล่งพักคอยยาเสพติดตั้งอยู่ในย่าน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2569 เวลาประมาณ 18.30 น. เจ้าหน้าที่ได้วางแผนเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักไม่ทราบเลขที่ บนถนบางเลน-ปทุมธานี ต.วังน้ำเขียว อ.กำแพงแสน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย คือ นายพร (นามสมมติ) อายุ 39 ปี, นายโญ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี และนายชัย (นามสมมติ) อายุ 29 ปี

จากการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบและภายในบ้านพัก เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาเสพติดและอุปกรณ์การกระทำผิดจำนวนมาก ประกอบด้วย:

– คีตามีน (วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2): น้ำหนักรวม 750 กิโลกรัม

– ยาไอซ์ (เมทแอมเฟตามีน): น้ำหนักรวม 665 กิโลกรัม

– ยาบ้า: จำนวน 1,000,000 เม็ด

– ยานพาหนะ: รถยนต์กระบะตู้ทึบยี่ห้อโตโยต้า และรถยนต์ส่วนบุคคลยี่ห้อเชฟโรเลต

– อุปกรณ์อื่น ๆ: โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และกระสอบสีขาวสำหรับแบ่งบรรจุยาเสพติด

ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การรับสารภาพเบื้องต้นว่า ทำหน้าที่เป็นคนเฝ้าบ้านพักที่ใช้เก็บยาเสพติด และรอรับคำสั่งจากผู้บงการผ่านทางโทรศัพท์ ให้นำยาเสพติดบรรจุใส่กระสอบขาวตามจำนวนที่ลูกค้าสั่ง จากนั้นจะขับรถนำไปวางไว้ตามจุดนัดหมายต่าง ๆ “จากนั้นได้รับค่าจ้างคนละ 70,000 บาทต่อครั้ง ทำมาแล้วประมาณ 2 ครั้ง โดยนำเงินที่ได้มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน” หนึ่งในผู้ต้องหาระบุ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2” โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนอันกระทบต่อความมั่นคง ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อขยายผลถึงตัวการใหญ่และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

About The Author

Related posts