กลุ่ม ผสห.ร้อง ปคม.ถูกบริษัททัวร์หลอกหางานออสเตรเลีย ไปแล้วจะมีความเป็นอยู่สบาย มีการถ่ายทำไปขอถ่ายทำโปรโมท ที่แท้ไปถ่ายทำใน จ.เชียงใหม่
เวลา 10.30 น. วันที่ 6 มี.ค.69 ที่ด้านหน้าแดนเนรมิตรเก่า ริมฟุตบาท จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ พาผู้เสียหายเกือบ 30 คน เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อเอาผิดกับบริษัททัวร์แห่งหนึ่งจังหวัดปทุมธานี ที่หลอกลวงว่าจะพาไปทำงานสวนผลไม้ในประเทศออสเตรเลีย แถมรับรองว่าได้ไปแน่นอน เพราะได้ส่งคนไทยไปทำงานหลายคนแล้ว

นาย เอ. ผู้เสียหายเล่าว่า ไปรู้จักบริษัทดังกล่าวจากเพจ Facebook ที่มีการโฆษณาว่า สามารถประสานกับนายจ้างที่ประเทศออสเตรเลียในการหาแรงงานไทยไปทำงาน จึงติดต่อไปสอบถาม ทางบริษัทยืนยันว่าเคยพาคนไทยไปทำงานแล้วหลายคน โดยมีค่าดำเนินการหัวละ 59,999 บาท แต่จะต้องทำตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนดก่อนคือทำทีว่าเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศเวียดนามก่อน เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน เพื่อให้หนังสือเดินทางมีหลักฐานการเดินทาง จะได้ดูน่าเชื่อถือในการขอวีซ่ากับทางสถานทูตออสเตรเลีย เหยื่อที่หลงเชื่อก็ยอมทำตาม ทั้งที่ไม่ได้อยากไปเที่ยวที่ประเทศเวียดนามเลย เพราะอยากไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลียมากกว่า จึงทำให้ยิ่งน่าเชื่อถือว่าทางบริษัทดังกล่าวนั้นน่าจะพาพวกตนไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลียได้
จากนั้นทางบริษัททัวร์ก็ได้นำเอกสารข้อมูลของเหยื่อไป อ้างว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อไปขอวีซ่ากับสถานทูตออสเตรเลีย ซึ่งในจำนวนผู้เสียหายนั้นมีอยู่ส่วนน้อยที่ได้ไปทำเรื่องกับทางสถานทูตออสเตรเลียโดยตรงโดยการพิมพ์ลายนิ้วมือตรวจตามขั้นตอนไบโอเมทริกซ์ แต่สุดท้ายวีซ่าก็ไม่ผ่าน แต่บริษัททัวร์ก็ไม่ได้แจ้งความคืบหน้าแต่อย่างใด
ส่วนผู้เสียหายที่ไม่ได้ไปทำเรื่องขอวีซ่ากับทางสถานทูตออสเตรเลีย ก็ได้แต่เฝ้ารอความคืบหน้าจากบริษัททัวร์ โดยทุกครั้งที่สอบถามไปก็ได้คำตอบแค่ว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่นั้นเริ่มทำเรื่องกันตั้งแต่ปลายปี 2568 จนถึงปัจจุบันผ่านไปหลายเดือนก็ยังไม่มีความคืบหน้า

มีผู้เสียหายบางรายที่เคยเดินทางไปทำงานต่างประเทศ เล่าว่า ปกติขั้นตอนการขอวีซ่าไปทำงานต่างประเทศจะมีความรวดเร็วกว่านี้ ใช้เวลาไม่นาน พอตนเองเห็นว่าบริษัททัวร์แสดงท่าทีบ่ายเบี่ยงไม่กำหนดเวลาให้ชัดเจน ก็เริ่มรู้สึกเอะใจ ว่าน่าจะถูกหลอกแล้ว
มีผู้เสียหายบางคนเป็นโปรแกรมเมอร์ โดยให้เหตุผลว่าอยากไปหาประสบการณ์ทำงานในต่างประเทศบ้าง ไม่เกี่ยงงานแม้จะเป็นงานในสวนผลไม้ก็ตาม จะได้นำประสบการณ์กลับมาสร้างเสริมอาชีพที่เมืองไทย
ผู้เสียหายยังบอกว่า บริษัททัวร์ดังกล่าว ได้ไปถ่ายทำคลิปวิดีโอโปรโมทสวนองุ่น ในประเทศออสเตรเลีย เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือว่ามีที่ทำงานอยู่จริง แต่พอตรวจสอบแล้วกลับพบว่าสวนองุ่นดังกล่าวอยู่ในจังหวัดสระบุรีสระบุรีนี่เอง

ดังนั้นผู้เสียหายจึงมารวมตัวกัน พบว่ามีเหยื่ออยู่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ บางรายได้แจ้งความกับตำรวจท้องที่แล้ว แต่คดียังไม่คืบหน้า จึงรวมตัวกันมาร้องทุกข์ที่ตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อช่วยเหลือและดำเนินการกับเจ้าของบริษัททัวร์และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะมีผู้เสียหายหลายคนที่แทบสิ้นเนื้อประดาตัว ขายบ้าน ขายรถ ขายที่ดิน กู้หนี้ยืมสินมาจ่ายเงินค่าดำเนินการ หวังจะไปทำงานหาเงินในต่างประเทศให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นการหลอกลวงหาผลประโยชน์จากความหวังกับของคน
